Our Style Icon: Yasuto Kamoshita of Camoshita

จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้หวือหวาดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเหมือนแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ แต่เขาค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และรสนิยมด้านแฟชั่นจากที่ต่างๆ มาผสมเข้ากับตัวตนคนญี่ปุ่นของตัวเองจนเกิดเป็นสไตล์ที่อยู่ในทุกหน้าค้นหาเรื่องการแต่งกายของสุภาพบุรุษ

YASUTO KAMOSHITA: BLENDING THE OLD AND THE NEW

หลายคนเมื่อพูดถึง “แฟชั่นไอคอน” มักนึกถึงสุภาพบุรุษมาดเนี้ยบใส่สูท แต่งกายด้วยแฟชั่นที่อินเทรนด์ที่สุด และล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้นๆ ของชาวตะวันตก แต่จริงๆ แล้วแฟชั่นไอคอนหรือสไตล์ไอคอนนั้นไม่ได้กำหนดสถานะด้านเชื้อชาติสัญชาติว่าต้องเป็นเหล่าบุรุษยุโรปหรืออเมริกันเสมอไป เพราะไม่ว่าชาติไหนก็สามารถเป็นที่จดจำได้ในฐานะผู้นำสร้างแรงบันดาลใจในด้านต่างๆ ไม่ใช่แค่แฟชั่น เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมานำเสนอแฟชั่นไอคอนหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่น ตัวแทนของฝั่งเอเชียที่รังสรรค์บรรทัดฐานแฟชั่นที่โดดเด่นจนกลายเป็นหนึ่งในไอคอนระดับตำนานที่สุภาพบุรุษสายซอร์ทอเรียลต้องเคยผ่านตาและสัมผัสถึงเซนส์แฟชั่นแบบไม่ธรรมดา

Yasuto Kamoshita
Photo Courtesy to JKFMAN Pitti Uomo 90

Yasuto Kamoshita คือสุภาพบุรุษต้นเรื่องของเราในวันนี้ ตอนนี้เขารับบทเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ควบกับฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ United Arrows ก่อนหน้านั้นเขามีประสบการณ์อย่างหนาแน่นในแวดวงแฟชั่นบุรุษ ทำงานให้กับแบรนด์ดังในตำแหน่งเซลล์และผู้จัดซื้อของหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “Buyer” จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้หวือหวาดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเหมือนแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ แต่เขาค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และรสนิยมด้านแฟชั่นจากที่ต่างๆ มาผสมเข้ากับตัวตนคนญี่ปุ่นของตัวเองจนเกิดเป็นสไตล์ที่อยู่ในทุกหน้าค้นหาเรื่องการแต่งกายของสุภาพบุรุษ เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นเหตุหลักที่เรานำเสนอความน่าสนใจของ Kamoshita ให้กับทุกท่านได้สัมผัสกันครับ

Yasuto Kamoshita ในชุดสูท seersucker
Yasuto Kamoshita ในชุดสูท seersucker (Photo from puthison.com)

Open-Minded & Balance are key

“มันง่ายนักที่จะพูดว่าอะไรใส่กับอะไรแล้วดี แต่มันยากที่จะหาจุดพอดีกับความเป็นตัวเรา” คำพูดนี้ฟังดูอาจจะสวยหรูซับซ้อน แต่เชื่อไหมครับว่า Kamoshita ทำให้ง่ายเหมือนปอกกล้วย ย้อนกลับไปยุค ‘60s คนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการแต่งตัวมาจากฝั่งอเมริกันอย่างมาก กางเกงชิโน รองเท้าโลฟเฟอร์ และรายละเอียดอื่นๆ ซึมเข้าสู่วัฒนธรรมแฟชั่นของชนชาติญี่ปุ่นจนกลายเป็นความปกติในสังคมเรียบร้อยแล้ว สไตล์ Ivy League (นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่งในประเทศอเมริกา) แทรกซึมอยู่ทั่วไป แต่อย่างที่ทราบกันว่าแฟชั่นแท้ๆ แบบไม่มีการปรับแต่งอาจไม่เข้ากับรสนิยม รูปร่าง หรือแม้กระทั่งสภาพสังคม การรับมาจึงไม่ใช่แค่การเลียนแบบแต่หนุ่มญี่ปุ่นคนนี้เลือกปรับและสร้างความโดดเด่นเรื่องสไตล์ด้วยตัวตนของตัวเอง

“ความเปิดกว้างสร้างตัวตนให้ Kamoshita มั่นคงและไหลลื่นไปตามยุคสมัย” เราเห็นเขารับวัฒนธรรมมาอย่างเต็มที่ แต่เขาไม่ยึดติดวิธีการหรือวิถีของขนบธรรมเนียมแบบใดแบบหนึ่งจนเกินพอดี ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้แต่เขารู้ชัดเจนเลยล่ะครับว่าต้นตอเป็นอย่างไร อย่างเช่นตัวอย่างบทสัมภาษณ์ที่กล่าวถึงสไตล์ Ivy League ว่า “มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมาก มันเป็นเหมือนจิตวิญญาณเลยล่ะ แต่สไตล์นี้ก็ทำให้คิดยึดติดและอยู่กันแต่ในกรอบจนเกินไป ดูตัวอย่างเช่นการไม่สวมยีนส์สีน้ำเงินหรือรองเท้าคอนเวิร์ส ต้องสวมแต่รองเท้า Sperry กับยีนส์สีขาวเท่านั้น” พร้อมทั้งเสริมด้วยว่า “สิ่งนี้เข้มงวดเกินไป ใส่เสื้อยืดในเสื้อเชิ้ตก็ไม่ได้ มันไม่เท่เอาซะเลย” ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นปฏิปักษ์แต่แท้จริงแล้วเขานับถือและรักสไตล์นี้มากจริงๆ มากจนรู้รายละเอียดวิถีปฏิบัติของ Ivy League อย่างครบถ้วน บุรุษผู้นี้จึงตรงกับคติแฟชั่นอันโด่งดังว่า “จะรื้อและประกอบสร้างใหม่ ต้องรู้จักการประกอบสร้างเดิมให้ถ่องแท้เสียก่อน” มากๆ เลยล่ะครับ

การเปิดกว้างนี้ทำให้เขายิ่งทวีความน่าสนใจ…หลังออกจากแบรนด์ Beams เมื่อปี 1989 เขาเริ่มก่อตั้ง United Arrows กับเพื่อนอีก 2 คนทั้ง Hirofumi Kurino และ Osamu Shigematsu เขาระบุว่าชื่อแบรนด์เหมือนการรวมเป้าหมายและความสวยงามจากหลายมุมมอง เปรียบดั่งลูกศรที่ผูกติดและพุ่งหาเป้าหมาย นอกจากนี้เขายังมีไลน์ Camoshita เป็นของตัวเองอีกด้วย โดยเขาก็เล่นคำอีกโดยเปลี่ยนนามสกุลตัวเองให้เป็นตัว “C” เพื่อให้ดูเป็นอิตาเลียนเหมาะกับความอินเตอร์มากขึ้นเพราะตัว “K” สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นเกินไป เรื่องยิบๆ ย่อยๆ เขาใส่ใจเสมอ ก็ไม่ต้องแปลกใจกันนะครับถ้าลุคของ Kamoshita จะทำให้เราเห็นรายละเอียดการผสมผสานทุกอย่างจนกลมกล่อม เพราะเขาไม่เคยพลาดแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ

 

Kamoshita in Camoshita
Kamoshita in Camoshita รองเท้า Tassel Belgian Loafers จาก Baudoin and Lange  (Photo Courtesy to Thousand Yard Style Milan, 2018)

Don’t be afraid of new style dimensions

“จงอย่ายึดติดตัวเองกับกฎแฟชั่นบุรุษ พยายามเปิดรับสิ่งสวยงามอื่นๆ ในชีวิต อยากรู้อยากเห็นเสมอ ไปให้ไกลและเก็บเกี่ยวความรู้จากทุกๆ แหล่ง” Kamoshita ให้ข้อคิดสำหรับการแต่งกายว่าต้องเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอ ถึงแม้เราจะเห็นเขาสวมสูทเป็นประจำแต่เขาไม่ทำให้การสวมสูทน่าเบื่อ เขาเลือกทวิสต์ลุคให้สนุกอยู่เสมอและที่สำคัญตามกาลเทศะ เราจะไม่เห็นเขาผิดเดรสโค้ดหากมีระบุไว้ชัดเจน แต่สำหรับแจ๊คเก็ตและกางเกงสำหรับสวมเข้ากันในลุคธุรกิจเขาก็ไม่พลาดจะเพิ่มเติมความสนุกด้วยสีสัน ลวดลาย และแอ็กเซสเซอรี่ชิ้นโปรด ไม่จำเป็นต้องเป็นเนกไทอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงผ้าพันคอ เสื้อตัวใน และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถปรับเข้ากับชุดสูทได้

ตัวตนคนญี่ปุ่นไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาแค่เรื่องความประณีตในการตัดเย็บสูทเท่านั้น แต่สะท้อนออกมาทางสี เนื้อผ้า รูปทรง และความสมดุลของการผสมผสานวัฒนธรรม แน่นอนว่าชุดสูทเป็นการแต่งกายของชาวตะวันตก แต่เมื่อ Kamoshita ปรับเข้ากับตนเองเราจะเห็นได้ทันทีว่าตัวเลือกสีของเขาโดดเด่นมาก สีฟ้านวล สีอิงลิชมัสตาร์ด สีกรมท่าเฉดพิเศษ และอีกหลากหลายสี ผสมเข้ากับรูปร่างคนเอเชีย เขาปรับสัดส่วนของชุดให้กับซิลูเอตคนญี่ปุ่นได้น่าสนใจมาก แขนเสื้อสูทที่สั้นลงเพื่อความพอดีกับรูปร่าง กางเกงเอวไม่สูงหรือต่ำจนเกินไปทำให้เรียวขาที่ไม่ได้ยาวเท่าฝั่งยุโรปนักดูมีมิติไม่ตัน ลวดลายทั้งลายขวางและลายตารางก็ยิ่งทำให้ลุคดูสนุกขึ้นอีกระดับ ยิ่งเพิ่มรองเท้าโลเฟอ์หรือรองเท้าหนังผูกเชือกไม่ว่าจะเป็นดาร์บี้หรืออ็อกซ์ฟอร์ดสักคู่เราจะเห็นความสมบูรณ์แบบของบุรุษญี่ปุ่นผู้นี้อยู่ตรงหน้า

Kamoshita ในชุดสูทสั่งตัดจาก Sartoria Dalcuore
Kamoshita ในชุดสูทสั่งตัดจาก Sartoria Dalcuore (Photo Courtesy to Instagram Jonathaningman)

It’s not just about (classic) suits

กฎระเบียบสร้างบรรทัดฐานให้คนได้เรียนรู้แต่ Kamoshita เรียนรู้และปรับต่อให้แฟชั่นของตัวเองไม่หยุดนิ่ง เราอาจเคยได้ยินกฎของการสวมสูทว่า “กระดุมเม็ดล่างคือสิ่งต้องห้าม” แต่ไม่ใช่กับเขาคนนี้ เพราะเขาเลือกกลัดกระดุมเม็ดล่างและปล่อยกระดุมเม็ดบนเป็นอิสระ เผยความสวยงามของเสื้อด้านใน เมื่อก่อนเราอาจมองว่าเสื้อเชิ้ต เนกไท แม้แต่เสื้อโปโล หรือเสื้อยืดเป็นองค์ประกอบรองเสริมให้สูทดูยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่สำหรับ Kamoshita ความกลมกล่อมของทั้งชุดคือคำตอบ ถึงจะแหวกขนบปฏิบัติเล็กน้อยแต่ก็ออกมาดูดีไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ และเขาเน้นย้ำอีกเสมอว่าสูทไม่จำเป็นต้องสวมคู่กับเนกไทอย่างเดียว “ความยืดหยุ่นสำคัญ การเรียนรู้ให้ความสนใจกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ก็สำคัญ ผมชอบปรับเปลี่ยนตัวเองในขณะที่ยังรักษาความคลาสสิกไว้อยู่” คติประจำใจด้านแฟชั่นของสไตล์ไอคอน

สไตล์ของ Kamoshita ไม่ใช่แค่สูทนะครับ แต่ยังมีแจ๊คเก็ตกันลม เสื้อยืด เสื้อคอเต่า กางเกงผ้าลินินทรงลำลอง และกางเกงยีนส์  ทั้งหมดถูกหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์จนเป็นสไตล์อันน่าจดจำ ในบางวันเราอาจจะเห็น Yasuto ใส่รองเท้า Alden แมตช์กับสูท นอกจากนี้ เรายังจะเห็น Kamoshita ใส่รองเท้า Belgian Loafers ของ United Arrows และ Baudoin and Lange อยู่บ่อยครั้ง และนำมาแมตซ์กับสูทสไตล์อิตาเลียน เขาไม่กลัวที่จะเลือกสนุกกับสีชนสี ลายชนลาย และเนื้อผ้าใหม่ๆ เขาคือคนที่สามารถเปิดมิติเรื่องเสื้อสูทกระดุม 2 แถวไม่จำเป็นต้องเนี้ยบกริบ สามารถใส่ลำลองได้ขึ้นอยู่กับสี เนื้อผ้า และการแมตช์ออกมาเป็นลุค ถ้าจะให้นิยาม Kamoshita เขาคงเหมือนชายผู้มีรากฐานมั่นคงแต่พร้อมลื่นไหลไปกับสิ่งใหม่ได้เสมอโดยไม่ละทิ้งตัวตน ผู้ใส่ใจขนบธรรมเนียมแต่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อความสนุก ด้วยเรื่องทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขาถูกบันทึกภาพโดย Scott Schuman แห่ง The Sartorialist ความแตกต่างโดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยิ่งทวีความมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากภาพของ Scott ในวันนั้น เขาก็ปรากฏอยู่ในภาพสตรีตสไตล์แฟชั่นมากมายจากหลายงานทั่วโลก เขาคือสไตล์ไอคอนของฝั่งญี่ปุ่นอย่างไร้ข้อกังขา เพราะนี่คือผู้รักษาและสร้างแฟชั่นบุรุษในเวลาเดียวกัน “Yasuto Kamoshita”

คอยติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษ กับ The Decorum Tribune ได้ในตอนหน้า หากท่านใดสนใจสินค้าคุณภาพในสไตล์แบบ Yasuto Kamoshita สามารถเข้ามาลองและปรึกษาได้ที่ The Decorum หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Online Shop

Kamoshita ที่งาน Dalcuore Menswear Dinner ซึ่งทีมของ The Decorum ได้เข้าร่วมด้วย

Author: Nattanam Waiyahong

Your cart

No products in the cart.