จากเสื้อโปโลแขนยาวสู่เสื้อโปโลแขนสั้น การปฏิวัติแฟชั่นที่เปลี่ยนโฉมไอเท็มชิ้นไอคอนิกไปตลอดกาล

อย่างที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีครับว่ารูปลักษณ์ของเสื้อโปโลมักมีลักษณะเป็นเสื้อถักสำหรับสวม ติดไลน์กระดุมด้านหน้า ซึ่งเสื้อตัวดังกล่าวให้กลิ่นอายความสปอร์ตตามชื่อโปโล อีกทั้งยังเหมาะสำหรับสไตล์ลำลองอย่างมากครับ ทว่าเรื่องราวของเสื้อโปโลนั้นมีจุดกำเนิดที่โดดเด่นตามชื่อ แต่การพัฒนาแฟชั่นจากเมื่อ 1 ศตวรรษก่อนเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของมันไป ปัจจุบันเสื้อโปโลขนานแท้แทบจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากน้ำมือของชายผู้ชื่อ René Lacoste นั่นเองครับ

เชื่อว่าหลายคนสวมเสื้อโปโลแขนสั้นกันเป็นปกติอยู่แล้วใช่ไหมครับ หากย้อนกลับไปเมื่อยุคศตวรรษที่ 19 ต่อเนื่องจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 เสื้อโปโลไม่ได้ลักษณะแบบที่เราคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ครับ เพราะเสื้อโปโลถูกออกแบบเฉพาะมาสำหรับเล่นกีฬาโปโล ดังนั้นการสวมเสื้อตัวดังกล่าวจึงต้องทั้งกันลมและมีความเหมาะสมตามยุคสมัย เท่ากับว่าเสื้อโปโลยุคนั้นโดดเด่นด้วยความยาวแขนที่ยาวจนถึงข้อมือ อีกทั้งยังอัดแน่นด้วยใยผ้าคอตตอนหนาเตอะ ปัญหาแรกคือคอปกของเสื้อมันเผยอหรือปลิวสไวเวลาควบม้า คนยุคเก่าจึงเริ่มแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการกลัดกระดุม จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้น ณ ตรงนี้ครับ

ต่อมาเสื้อตัวนี้ยังคงเป็นเครื่องแบบสำคัญในวงการกีฬาอยู่เสมอ เนื่องด้วยจุดเด่นเรื่องปกที่สามารถกันลม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการเคลื่อนไหวเพื่อประชันเกมกีฬาในสนามด้วย ดังนั้นนักกีฬาเทนนิสระดับตำนานอย่าง René Lacoste จึงหยิบจับเอาเสื้อตัวนี้มาแปลงโฉมเพื่อใช้ประโยชน์ในกีฬาระดับเทนนิสให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แรกเริ่มเดิมทีนักเทนนิสจะสวมเสื้อเทนนิสแขนยาววางไลน์กระดุมครบถ้วน ทำให้เสื้อมีน้ำหนักมากและเคลื่อนตัวลำบาก แม้นักกีฬาหลายคนจะเลือกพับแขนเสื้อแต่กระนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์สิ่งที่น่าจะเป็นมากที่สุดครับ

René Lacoste เริ่มตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เสื้อจากไลน์กระดุมเต็มสูตร เขาปรับเพื่อให้กลายเป็นเสื้อแบบสวมหรือ Pullover พร้อมกับลดความยาวแขนเสื้อให้กลายเป็นเสื้อแขนสั้น นอกจากนี้ยังคิดค้น “Tennis Tail” หรือลักษณะของเสื้อที่หลังยาวหน้าสั้นสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวขณะแข่งขัน และที่สำคัญที่สุดคือการเลือกใช้ “Cotton Pique” วัสดุที่ต่อมากลายเป็นวัสดุอมตะเหนือกาลเวลาสำหรับการผลิตเสื้อโปโลสำหรับแทบทุกแบรนด์นั่นเองครับ เรียกว่ายุคของเสื้อโปโลก้าวข้ามสู่โลกเทนนิสนั้นสร้างภาพจำใหม่ให้โลกแฟชั่น แม้จะมีชื่อว่าเสื้อโปโล แต่สิ่งที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันล้วนเกิดจากการปรับแต่งเสื้อดั้งเดิมให้กลายเป็นเสื้อเทนนิส หากใครจะเรียกเสื้อแบบนี้ว่าเสื้อเทนนิสก็คงไม่ผิดนักครับ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมาจากอดีตก็ถูกลบหายไปเช่นกัน สไตล์การกลัดกระดุมเพื่อไม่ให้ปกพลิกกลับมาสร้างความรำคาญก็ถูกมองข้ามไป มากไปกว่านั้นยังมองว่าปกเสื้อสามารถปกป้องการแผดเผาจากแสงแดดได้ด้วย จึงทำให้องค์ประกอบดังกล่าวถูกลดทอนจนหายไปในที่สุด อิทธิพลสำคัญก็เกิดจาก René Lacoste ที่สรรสร้างเทรนด์ใหม่ด้วยฝีมือเก่งฉกาจและแฟชั่นที่ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร นับจากปี 1926 ในรายการ US Open ที่เขาเปิดตัวด้วยแฟชั่นใหม่และคว้าชัยไปอย่างสมเกียรติ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความยิ่งใหญ่ของตำนานนักกีฬาและแบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศสคือต้นกำเนิดของเสื้อโปโลยุคใหม่ที่เราคุ้นเคยกว่าแพตเทิร์นแบบดั้งเดิมเมื่อเกินกว่า 1 ศตวรรษก่อนครับ

สำหรับ The Decorum ของเราก็ไม่พลาดเลือกสรรผ้าคุณภาพเยี่ยมเพื่อถักทอจนเกิดเป็น Pique Polo Shirt ที่เหมาะสำหรับการสไตลิ่งตั้งแต่วิถีแฟชั่นแบบเรียบง่ายไปจนถึงความสร้างสรรค์ที่พร้อมเนรมิตมิติแฟชั่นให้น่าสนใจขึ้นอีกระดับ นอกจากนี้แบรนด์อย่าง Frui หรือ IOLO จากเกาหลีก็นำเสนองานถักทอที่มาในรูปแบบเสื้อโปโลเช่นกัน ทั้งหมดถูกออกแบบในแพตเทิร์นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกันก็ดึงรากฐานทางประวัติศาสตร์แฟชั่นจากการปฏิวัติเสื้อโปโลด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสวมอย่างเรียบง่าย ซิลูเอตของเสื้อ หรือจะเป็นแพตเทิร์นความยาวแขนที่อยู่ในระดับเสื้อแขนสั้น แสดงให้เห็นว่าวิถีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่ทำให้เสื้อโปโลเป็นอมตะคือความยิ่งใหญ่ของ René Lacoste และกีฬาเทนนิส ณ ขณะนั้น ปัจจุบันเชื่อว่าไม่ว่าใครจะพูดถึงเสื้อโปโลทุกคนจะต้องบรรยายลักษณะของเสื้อเทนนิสสุดคลาสสิกตั้งแต่ปี 1926 เป็นต้นมามากกว่าเสื้อแข่งกีฬาโปโลดั้งเดิมในช่วงศตวรรษที่ 19 อย่างแน่นอนครับ และนี่คือเส้นทางแฟชั่นแห่งไอเท็มชิ้นคลาสสิกที่ผัดเปลี่ยนมาจนกลายเป็นอมตะอยู่จวบจนปัจจุบัน

หากใครสนใจเกี่ยวกับแฟชั่นของสุภาพบุรุษฉบับคลาสสิกแบบนี้ โดยเฉพาะเสื้อโปโลจาก The Decorum, Frui และ IOLO สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ อย่าลืมติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ