ถอดรหัสชุดสูท Thom Browne ทำไมถึงมีสัดส่วนพิดเพี้ยนแต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล

Thom Browne สร้างสรรค์แฟชั่นสำหรับตัวเองเสมอ ดังนั้นการออกแบบล้วนเกิดจากความตั้งใจในการสวมใส่มันเองก่อนที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นสวมใส่ เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องความโด่งดังหรือเป็นกระแสในทีแรก
สูท Thom Browne

ท่านสุภาพบุรุษที่คลั่งไคล้เกี่ยวกับแฟชั่นสายซาร์ทอเรียลคงมีบรรทัดฐานในใจกันอยู่แล้วใช่ไหมครับว่า “สูทที่ดี” ควรจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะสไตล์อังกฤษหรืออิตาเลียน ซึ่งแต่ละแบบล้วนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัว แต่สำหรับ Thom Browne เหมือนเขาแหวกทุกกฎเกณฑ์ยิ่งกว่าการปรับสัดส่วนเสื้อแจ๊กเก็ตของแบรนด์อย่าง Liverano & Liverano หรือการปรับโครงสร้างสูทให้เป็น Soft Tailoring แบบ Anderson & Sheppard แต่เขากลับสร้างสรรค์ชุดสูทสัดส่วนแปลกประหลาดขึ้นจนโด่งดังไปทั่วโลก

Thom Browne in his iconic suits

IF HE FOLLOWS THE RULES…

คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือถ้าเขาทำสูทตามบรรทัดฐานสากลเขาจะโด่งดังหรือไม่…ความโดดเด่นของ Thom Browne คือเขาสร้างสรรค์แฟชั่นสำหรับตัวเองเสมอ ดังนั้นการออกแบบล้วนเกิดจากความตั้งใจในการสวมใส่มันเองก่อนที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นสวมใส่ เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องความโด่งดังหรือเป็นกระแสในทีแรก แต่เขาเริ่มจากการตอบสนองความต้องการของตัวเองมากกว่าครับ เขาวาดภาพชุดสูทของตัวเองออกมาในสัดส่วนสุดแปลกประหลาด แต่มันก็เป็นภาพจำที่ทุกคนจดจำดีไซเนอร์คนนี้ได้เป็นอย่างดี สูทเต่อพร้อมเนกไทวัสดุเดียวกับเสื้อและกางเกงคงเป็นภาพที่ทุกคนนึกออกเมื่อพูดถึงสุภาพบุรุษคนนี้

RIDICULOUS!

ย้อนกลับไปในปี 2001 Thom Browne ทำสูทลักษณะนี้ขึ้นมาและใส่ไปรอบเมืองเพื่อโปรโมต และใช้วิธีแนะนำเพื่อนเกี่ยวกับสูทประหลาดนี้ ในตอนแรกต้องบอกว่าล้มเหลวเลยครับ เพราะแม้แต่เพื่อนเขาหลายคนยังบอกว่าสูทตัวนี้มันผิดเพี้ยนเหลือเกิน แต่เขาก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจนะครับ เขาลงทุนไปกับการออกแบบเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบโดยการใช้สูทลักษณะดังกล่าวเป็นแกนหลักของคอลเล็กชั่น แม้จะทุ่มเทแต่ก็ยังโดนข้อครหาพร้อมกับถูกวิจารณ์ว่า “สูทและเสื้อผ้าของเขามีแต่เขาใส่ได้คนเดียว คนอื่นใส่แล้วก็ประหลาดไปหมด” 

MAKE “ABNORMAL” TO “NORMAL”

ความสามารถที่ยกย่องของ Thom Browne คือความอดทน เขาไม่หยุดที่จะพัฒนาและแพร่กระจายแนวทางการสวมสูทในแบบฉบับของเขาเอง ในวันที่เขากำลังก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในโลกแฟชั่น Brooks Brothers มองเห็นว่าสูทของสุภาพบุรุษคนนี้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากกลิ่นอายของแบรนด์ ในปี 2006 เมื่อเขาชนะรางวัลดีไซเนอร์เสื้อผ้าบุรุษแห่งปีเขาก็กระโดดมารับงานกับ Brooks Brothers และพัฒนาแบรนด์สู่โลกยุคใหม่ เขาทั้งออกแบบงานให้กับแบรนด์นายจ้าง และสร้างสรรค์เสื้อผ้าในรูปแบบเฉพาะตัวให้กับแบรนด์ตัวเอง จากคำว่า “เพี้ยน” หรือ “ประหลาด” แปรเปลี่ยนสู่คำว่า “แตกต่าง” สูทของเขากลายเป็นที่สนใจเพราะความแตกต่างนี่ล่ะครับ และ เขาก็ผลิตซ้ำสิ่งนี้ทั้งในเชิงวัตถุและภาพลักษณ์จนผู้คนรู้สึกคุ้นเคย ประจวบเหมาะพอดีกับเทรนด์การสวมสูทคู่กับกางเกงขาสั้น ซึ่ง Thom Browne ถือเป็นสุภาพบุรุษคนแรกๆ ในนิวยอร์กเลยล่ะครับที่นำเสนอเทรนด์นี้อย่างจริงจัง 

HAPPY WITH “SUIT”

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Thom Browne ยังคงยืนหยัดสร้างสรรค์สูทต่อไปคือความสุขครับ เขาชอบเห็นผู้คนเดินทางไปไหนมาไหนพร้อมแต่งชุดสูท ถึงขั้นเคยกล่าวว่า “บางครั้งเมื่อผู้คนมีตัวเลือกเรื่องเสื้อผ้ามากเกินไป มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป” เขาชื่นชอบการใส่สูทอย่างมาก น้อยครั้งที่เราจะเห็นเขาปรากฏตัวบนหน้าสื่อแฟชั่นโดยการสวมชุดอื่น นั่นแสดงถึงความตั้งใจและหลงรักในมนต์เสน่ห์ของเสื้อผ้าสายคลาสสิกอย่างมาก แม้เขาจะปรับแต่งจนเป็นสูทสไตล์ Thom Browne ก็ตามครับ

REMEMBER HIS OLD (DREAM) MEMORIES

ย้อนความหลังสู่จุดเริ่มต้นการทำสูทของเขา ต้องบอกก่อนว่าเขาไม่ได้เติบโตมากับแวดวง Tailoring โดยตรง เขามีความตั้งในการทำสูทเพื่อตอบสนองความต้องการตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก เขาคิดว่าสูทของตัวเองควรต้องหดและสั้น นั่นก็มาจากการที่เขาดูชุดสูทของประธานาธิบดี John F. Kennedy ที่เขารู้สึกว่าเสื้อแจ๊กเก็ตนั้นสั้นกว่าเสื้อแจ๊กเก็ตทั่วไป เขาจึงทดลองนำสูทวินเทจเก่าๆ มาซักจนหดตัว จุดเริ่มต้นทั้งหมดคือความจำอันผิดพลาด และการวาดฝันชุดสูทที่เกิดจากความทรงจำวัยเด็กอันผิดเพี้ยน แต่นี่คือจุดกำเนิดที่แท้จริงของงานออกแบบสูทฝีมือ Thom Browne ครับ

คงจะไม่มีอะไรสำคัญกับชีวิต Thom Browne มากไปกว่าการโยนสูทสีเทาอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนรันเวย์ติดต่อกันหลายต่อหลายปีแน่นอนครับ เขาสร้างค่านิยมให้คนจดจำและเปิดกรอบแนวคิดเรื่องสูทกับอุตสากรรมแฟชั่นทั่วโลก ในยุคที่สุภาพบุรุษสายซาร์ทอเรียลออกมาพูดว่า “ใส่สูทไปไหนก็ได้”  เขาปฏิบัติจริงด้วยการจำลองการใส่สูทไปในทุกสถานการณ์ตั้งแต่เซตติ้งชายหาดไปจนถึงเวทีสุดเซอร์เรียล นอกจากนี้ยังสร้างบรรทัดฐานเรื่องสไตล์ให้แตกต่าง ตอนนี้นอกจากสูทแล้วเสื้อผ้าหลายชิ้นของเขา กลายเป็น Must-have items ที่ผู้คนสวมใส่เพื่อบ่งบอกถึงความมีสไตล์

OLD FASHIONED

ในมุมมองสุภาพบุรุษสายคลาสสิกหลายคนอาจจะมองว่า Thom Browne คือผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อมาตรฐานการสวมสูทอันมีรากเหง้าแสนงดงาม แต่เขายังยืนยันเสมอครับว่าเขาชื่นชอบและชื่นชมวิถีการสวมสูทอย่างมาก อีกทั้งเขากล้ายืนยันว่าในนิวยอร์กหรืออาจจะเหมารวมถึงอเมริกามีเขาเพียงแบรนด์เดียวที่ตัดเย็บสูทด้วยมือตามวิธีการแบบดั้งเดิม ในขณะที่ความรวดเร็วของแฟชั่นอเมริกันบีบคั้นให้แบรนด์ต่างๆ ต้องใช้เครื่องตัดเย็บช่วยเหลือมากขึ้น สิ่งเดียวที่เขากล่าวว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สุดในห้องเสื้อของเขาคือโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากยุค ‘90s ไม่มีเครื่องมือตัดเย็บล้ำสมัยตามที่แบรนด์ยุคใหม่ใช้กันแน่นอน

เรื่องราวของ Thom Browne บนเส้นทางสูทอาจเป็นเหมือนตัวโจ๊กเกอร์แห่งอุตสาหกรรมเสื้อผ้าบุรุษสายคลาสสิก ความขบถของเขามีรากฐานจากความตั้งใจของตัวเอง ไม่ใช่การสร้างตนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้อื่น เขาพยายามเผยแพร่รสนิยมส่วนตัวให้กลายเป็นรสนิยมส่วนรวม เขาสร้างบรรทัดฐานการสวมสูทให้สุภาพบุรุษกล้าที่ก้าวเข้ามาในโลกที่ลำลองกว่าสไตล์คลาสสิกตามขนมธรรมเนียม ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ไอคอนแห่งวงการตัดเย็บสูทที่ห้องเสื้อระดับแนวหน้าของวงการซาร์ทอเรียลยอมรับอย่างเปิดเผย แต่ต้องปรบมือชื่นชมว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ชื่นชอบแฟชั่นสนใจเรื่องสูทและสวมใส่มันทุกโอกาส แม้ในยุคปัจจุบันที่สูทอาจไม่ใช่เครื่องแต่งกายประจำวันของสุภาพบุรุษส่วนใหญ่แล้วก็ตาม 

ถ้าหากต้องการทราบข้อมูลเรื่องการแต่งกายของสุภาพบุรุษเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ อย่าลืมติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ