กระดุมปลายแขนเสื้อสูท เอกลักษณ์สะท้อนพัฒนาการของสูทและแสดงความสมบูรณ์แบบที่หลายคนอาจมองข้าม

ชุดสูทถือเป็นสัญลักษณ์ของสุภาพบุรุษในทุกยุคทุกสมัย รายละเอียดต่างๆ ล้วนบ่งบอกถึงสไตล์และความประณีตได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีรายละเอียดบางส่วนที่หลายคนคุ้นตาแต่อาจสงสัยถึงความแตกต่างนั่นก็คือกระดุมของแขนเสื้อนั่นเองครับ
กระดุมปลายแขนเสื้อสูท

ชุดสูทถือเป็นสัญลักษณ์ของสุภาพบุรุษในทุกยุคทุกสมัย รายละเอียดต่างๆ ล้วนบ่งบอกถึงสไตล์และความประณีตได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีรายละเอียดบางส่วนที่หลายคนคุ้นตาแต่อาจสงสัยถึงความแตกต่างนั่นก็คือกระดุมของแขนเสื้อนั่นเองครับ เพราะจุดนี้เป็นเหมือนจุดที่ใช้ประโยชน์เชิงฟังก์ชั่นไม่มากนัก อีกทั้งยังมีสไตล์ที่หลากหลายอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ The Decorum เราจะมาแนะนำความแตกต่างของรายละเอียดส่วนนี้ให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจแบบเรียบง่ายกันครับ

HISTORY OF BUTTONS

ตามประวัติศาสตร์แล้วแฟชั่นของสุภาพบุรุษจะมีความเนี้ยบไม่แพ้เสื้อผ้าของสุภาพสตรีเลยครับ ลองสังเกตภาพวาดสมัยโบราณจะเห็นว่ารายละเอียดชุดต่างๆ นั้นซับซ้อนเต็มไปด้วยจุดเล็กจุดน้อยมากมาย ซึ่งกว่าจะส่งต่อจนถึงปัจจุบันหลายสิ่งได้เลือนลางหายไปแล้ว ชุดสูทเป็นเครื่องแต่งกายประเภทหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ถ้าไม่นับเรื่องสไตล์และเทรนด์ เพราะองค์ประกอบหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทว่ากระดุมเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่ที่สุดและถูกปรับแก้มาเพื่อตอบสนองด้านการใช้งานโดยเฉพาะ

ประวัติศาสตร์ของกระดุมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือด้านทหารกับพลเรือนทั่วไป เริ่มกันที่ด้านทหารก่อนครับ เสื้อสูทหรือเครื่องแบบอื่นๆ ของทหารมักมีกระดุมติดอยู่ ไม่ใช่เพราะการใช้งานอย่างเดียว แต่เพราะทหารสมัยก่อนต้องทำให้เสื้อผ้าดูดีตลอดเวลา บางคนฝ่าฝืนด้วยการใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าเช็ดตา แต่เมื่อมีการผลิตกระดุมขึ้นมาทำให้ปลายแขนไม่สามารถใช้ทำความสะอาดร่างกายได้เหมือนเดิม ในขณะที่ประวัติศาสตร์ของพลเรือนคือชุดสูทเป็นชุดมาตรฐานของสุภาพบุรุษทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงใส่สูททำงานทุกรูปแบบ กระดุมปลายแขนเสื้อถูกคิดค้นมาเพื่อปลดแขนและพับแขนเสื้อขึ้นให้เหมาะกับงานหลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์(บางตำรากล่าวถึงแพทย์ในสนามรบด้วย)ที่ต้องทั้งเรียบร้อยและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทุกวันนี้อาจจะดูแปลกถ้าปลดกระดุมและพับแขนสูท แต่สมัยก่อนการออกแบบรายละเอียดส่วนนี้มีเพื่อฟังก์ชั่นการใช้งานของพลเรือนอย่างแท้จริงครับ

3 OR 4

คำถามที่ห้องเสื้อต้องเจอเมื่อถามลูกค้าว่า “รับกระดุมกี่เม็ดดีครับ” ก็จะถูกถามกลับทันทีว่า “กี่เม็ดดีครับ” หรือ “ต้องกี่เม็ดครับ” คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานแต่ละบุคคลครับ แต่อย่าลืมว่าทุกรายละเอียดของชุดสูทขึ้นอยู่กับระดับความทางการเสมอครับ ดังนั้นจำนวนกระดุมที่มากกว่าจึงหมายถึงระดับความทางการที่มากตามไปครับ ดังนั้นกระดุมสูท 4 เม็ดแบบมาตรฐานคือจำนวนกระดุมยอดนิยมที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส เพราะการ Dress Up ย่อมดีกว่า Dress Down เสมอเมื่อคำนึงถึงระดับความทางเป็นหลักครับ

คำถามต่อมาคือจำเป็นไหมที่สูทต้องมี 4 กระดุม ถ้าสมัยก่อนอาจจะใช้คำว่า “จำเป็น” ได้ครับ แต่สมัยนี้เมื่อมีการตีความแฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เราจึงขอใช้คำว่า “ส่วนใหญ่” แทนครับ เสื้อสูทตามธรรมเนียมนิยมมักมี 4 กระดุมที่ปลายแขนเสื้อเสมอ แต่รูปแบบของกระดุมก็แล้วแต่ห้องเสื้อและความต้องการของลูกค้าครับ ในขณะเดียวกัน 3 กระดุมนั้นเหมาะสำหรับ Blazer หรือ Sport Jacket มากกว่า เพราะมีระดับทางการที่ต่ำกว่า นิยมสวมกันในโอกาสที่มีความลำลองกว่า และปัจจุบันมีการตีความรายละเอียดตรงมีให้หลากหลายมากขึ้น เราจะเห็นว่ามีกระดุม 2 หรือ 1 เม็ดที่ปลายแขนเสื้อแล้วเหมือนกัน แต่แน่นอนว่ายิ่งน้อยเท่าไหร่ก็จะระบุถึงความทางการที่น้อยลงเท่านั้นครับ

FIXED OR WORKING BUTTONS

อีกหนึ่งข้อสงสัยคือกระดุมมีทั้งปลดได้และปลดไม่ได้ รังดุมจริงกับรังดุมหลอก ทั้งหมดนี้แตกต่างกันอย่างไร ไอเดียหลักของการติดกระดุมปลายแขนยังเหมือนเดิมทุกประการครับ แต่ในสมัยก่อนกระดุมถูกออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง การพับแขนเสื้อก็เกิดขึ้นจริง ดังนั้นรังดุมจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเสื้อสูทดั้งเดิมมักมีรังดุมที่สามารถปลดกระดุมได้ไว้ปลายแขนเสื้อเสมอครับ ในทางกลับกันรังดุมหลอกเกิดขึ้นเพราะปัจจุบันคนทั่วไปไม่ได้สวมสูททำงานเหมือนเดิมอีกแล้ว ดังนั้นสุภาพบุรุษจึงไม่ปลดกระดุมกันเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นรังดุมจริงที่ต้องอาศัยการตัดเย็บสุดละเอียดประณีตจึงไม่จำเป็นเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว สูทสมัยใหม่หลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสูทสำเร็จรูปคุณภาพต่ำ-ปานกลางมักใช้รังดุมหลอกครับ

ความละเอียดลออในการรังสรรค์ชุดสูทสักชุดคือกุญแจสำคัญที่มาพร้อมรายละเอียดยิบย่อยและราคาที่เพิ่มสูงขึ้น หลายคนถกเถียงกันเรื่องรังดุมจริงรังดุมหลอกกันมากมาย เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องใช้ฝีมือในการทำอย่างมาก ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญในการทำรังดุมแต่ละจุด ความแตกต่างตรงนี้จึงสร้างช่องว่างราคาของสูทให้แตกต่างกันอย่างชัดเจนอีกด้วยครับ หากจะพูดอย่างง่ายคือสูทที่เนี้ยบสมบูรณ์เรื่องการตัดเย็บกว่ามักจะมาพร้อมกระดุมกี่เม็ดก็แล้วแต่ที่สามารถปลดได้เสมอครับ

Non-kissing sleeve buttons

STYLE OF BUTTONS

สูทประเภทเจาะรังดุมจริงนั้นถูกเรียกมากตั้งแต่สมัยโบราณจากคลังศัพท์บนถนน Savile Row ว่า “Surgeon Cuffs” หรือปลายแขนเสื้อสำหรับแพทย์ผ่าตัดนั่นเองครับ แต่รายละเอียดปลีกย่อยของการวางกระดุมยังมีความซับซ้อนกว่านั้นอยู่พอสมควร เพราะสิ่งที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของสูทได้อย่างชัดเจนอีกจุดหนึ่งก็คือปลายแขนเสื้อตรงนี้เองครับ นอกจากประเภทรังดุมแล้ว การวางตำแหน่งกระดุมก็มีความแตกต่างกันไป สูทคลาสสิกจากฝั่งอังกฤษมักมีการเว้นระยะห่างของกระดุมไว้พอเหมาะพอดี หรือที่เรียกว่า “NON KISSING” นั่นเองครับ

แต่ฝั่งอิตาลีกลับมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย นอกจากเรื่องทั่วไปที่เราเคยอธิบายไปก่อนหน้านี้ในบทความเกี่ยวกับองค์ประกอบของสูทสไตล์ Neapolitan (อ่านต่อที่นี่) ยังมีเรื่องวิธีการวางกระดุมบริเวณปลายแขนเสื้อ สูทฉบับอิตาเลียนนั้นจะเน้นวางกระดุมที่ชิดกว่า กล่าวคือกระดุมแต่ละเม็ดจะแตะกันพอดิบพอดีหรือเรียกว่า “KISSING NON STACKED”(KISSING) แต่จะมีอีกประเภทหนึ่งที่อาจเห็นได้ไม่บ่อยนัก แต่เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างมากคือ “KISSING STACKED”(OVERLAP) ซึ่งหมายถึงกางวางกระดุมซ้อนกันครับ ดังนั้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้สามารถบ่งบอกรากฐานของเสื้อสูทแต่ละตัวได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

PROS AND CONS

สำหรับข้อดีข้อเสียงเราข้อพูดถึงแบบสรุปนะครับ เพราะทุกรายละเอียดทุกท่านสามารถอ่านได้จากแต่ละหัวข้อเรียบร้อยแล้ว แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือเรื่องความเนี้ยบตามขนมดั้งเดิม ซึ่งความสมบูรณ์แบบของงานฝีมือโดยตัดเย็บรังดุมจริงอย่างประณีตนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งเรื่องการทำงานด้วยการถกแขนเสื้อ หรือแม้แต่การสไตลิ่งที่สามารถปลดกระดุมได้เล็กน้อยเพื่อสร้างลุคที่หลากหลายและลำลองขึ้นครับ ข้อเสียคือการจะได้รายละเอียดของชุดที่มีรายละเอียดถึงจุดเล็กๆ แบบนี้ต้องแลกมาด้วยที่ราคางานฝีมือที่สูงขึ้นพอสมควรครับ อีกทั้งการตัดเย็บรังดุมที่สวยงามต้องอาศัยผ้าที่คุณภาพดีตามไปด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะใส่ใจกับรังดุมเพียงใด แต่ผ้านั้นไม่ได้มาตรฐาน รังดุมก็จะออกมาสวยงามเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้แน่นอนครับ

ในส่วนของรังดุมแบบหลอกต้องบอกว่าเป็นทางเลือกของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง ในขณะที่คนต้องการทำงานหรือผ่อนคลายจากชุดสูทก็สามารถถอดออกได้เลยไม่ต้องกังวลเรื่องความสุภาพต่อหน้าสังคมเหมือนเมื่อก่อน และด้วยการตัดเย็บที่ไม่จำเป็นต้องประณีตเท่าจึงแลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่า สูทหรือแจ๊กเก็ตประเภท Off-The-Rack หรือ Ready-to-Wear จึงนิยมใช้รังดุมหลอกอย่างมาก มากไปกว่านั้นเสื้อพร้อมใส่ล้วนเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งภายหลังการซื้อได้เล็กน้อย สูทประเภทรังดุมหลอกหรือไร้รังดุมจึงสามารถปรับแต่งหลังการซื้อได้ง่ายกว่าครับ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าสำหรับสูทเจาะรังดุมจริง ท่านสุภาพบุรุษควรจะวัดและลองความยาวแขนให้เรียบร้อยเพื่อเจาะรังดุมในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากความยาวแขนไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้สวมใส่ล้วนๆ ครับ ทั้งหมดนี้จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสำหรับชุดสูทรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ อีกทั้งยังแสดงถึงความสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงความใส่ใจของผู้สวมใส่ด้วยครับ

ถ้าอ่านบทความนี้จบแล้วต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสูทเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ อย่าลืมติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ

Your cart

No products in the cart.