การเปลี่ยนแปลงไปของร้านตัดสูท Bespoke บนถนน Savile Row ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แท้จริงแล้วถนน Savile Row ไม่ได้เพิ่งประสบปัญหาเรื่องโควิด-19 อย่างเดียวเท่านั้นครับ เพราะช่วงไม่กี่ปีหลังร้านสูท Bespoke ชั้นนำมากมายต่างประสบปัญหาเดียวกันคือวัฒนธรรมด้านแฟชั่นของฝั่งบุรุษเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้คนเริ่มเข้าถึง Fast Fashion และมีแบรนด์ดังมากมายสร้างกระแสนิยมที่ฉีกหนีขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไป

เป็นเวลานานนับปีที่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ทุกส่วนได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวจนเกิดเป็นความปกติรูปแบบใหม่หรือ New Normal ที่ทุกคนเรียกกันอย่างติดปาก ซึ่งในช่วงแรกทุกประเทศเจอปัญหาอย่างหนักหนาสาหัสโดยแทบไม่มีความหวัง ดังนั้นการปิดตัวทั้งชั่วคราวและถาวรสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก วันนี้ The Decorum จะพาท่านสุภาพบุรุษไปชมว่าถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนแห่งสุภาพบุรุษอย่าง Savile Row มีการปรับตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้างครับ

แท้จริงแล้วถนน Savile Row ไม่ได้เพิ่งประสบปัญหาเรื่องโควิด-19 อย่างเดียวเท่านั้นครับ เพราะช่วงไม่กี่ปีหลังร้านสูท Bespoke ชั้นนำมากมายต่างประสบปัญหาเดียวกันคือวัฒนธรรมด้านแฟชั่นของฝั่งบุรุษเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้คนเริ่มเข้าถึง Fast Fashion และมีแบรนด์ดังมากมายสร้างกระแสนิยมที่ฉีกหนีขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไปมาก จุดนี้จึงเป็นการบ้านที่เหล่าห้องเสื้อชื่อก้องโลกบนถนนเส้นนี้ทางหลายต้องแก้โจทย์ให้ได้ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วยครับ

New Strategy for New Chances

แน่นอนครับว่าปัจจุบันผู้คนมีเสื้อผ้าที่ใส่ได้หลายโอกาสโดยไม่ต้องมีชุดเฉพาะกิจ ดังนั้นพวกเขาสามารถใส่เสื้อผ้าเดินเข้าตึกสูงดื่มกาแฟหรือออกไปเดินเล่นทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยชุดเดียวกัน วัฒนธรรมการ “Build Wardrobe” ให้มีความจำเพาะเจาะจงจึงหายไป หลายแบรนด์ใน Savile Row จึงปรับแผนใหม่ครับ พวกเขาเลือกจะนำเสนอความสะดวกสบายและใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้นสำหรับชุดสูทหรือเสื้อผ้าสั่งตัดต่างๆ สักหนึ่งชุด นั่นแปลว่าถึงแม้จะคงความเป็นสูทตัวเนี้ยบตามสไตล์ของถนนเส้นนี้ แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานและความสบายในการสวมใส่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แผนการใหม่ไม่หยุดแค่การปรับรายละเอียดของสูทเท่านั้น เพราะระหว่างช่วงการแพร่ระบาดรอบแรก Richard Anderson ก็เลือกนำเสนอเบลเซอร์หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่แยกชิ้นมากขึ้น และมีการปรับให้ตัดวัดตัวโดยไม่ต้องกินเวลานานเหมือนกับสูท Bespoke ในขณะเดียวกันห้องเสื้อหลายแห่งก็ใช้แนวทางใกล้เคียงกัน บางแห่งถึงขนาดเปลี่ยนโชว์รูมให้บรรยากาศสบายมากขึ้น สุภาพบุรุษหลายคนอาจจะเกร็งหากต้องใกล้ชิดและเลือกชมผ้าภายในร้าน Savile Row ยุคใหม่จึงปรับให้มีการแสดงตัวอย่างของชุดสูทหลากหลายรูปแบบไว้ในร้านโดยให้ลูกค้าสามารถเดินชมเองได้อย่างสบายใจโดยเว้นระยะห่างด้วยครับ

Zoom or On-Location

แผนการของห้องเสื้อบนถนน Savile Row มีลักษณะแตกต่างกันไป บางที่อาจจะปิดชั่วคราวและรับเฉพาะลูกค้าเก่าที่ยังค้างคิวสั่งตัดกันอยู่ แต่สำหรับหลายแบรนด์ยังคงต้องเดินหน้าต่อไปแม้สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยครับ อย่าง Kathryn Sargent ผู้เชี่ยวชาญระดับ Master Tailor หญิงคนแรกก็ใช้วิธี Zoom กับลูกค้าจากต่างทวีปครับ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่ามีข้อจำกัดเยอะมากและเธอก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ลูกค้าที่สบายใจในการทำเช่นนี้ก็เผยกับเธอว่า “Kathryn บางครั้งเธอก็ต้องลดระดับมาตรฐานลงมาบ้าง” ซึ่งถือเป็นเรื่องยอมรับได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ในขณะที่ Phoebe Gormley ผู้หญิงคนแรกที่เปิดร้านใน Savile Row ปฏิเสธแนวทางนี้แต่เลือกจะเปิดช่องทางขายออนไลน์แทนในไลน์พิเศษสำหรับช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะครับ

อีกแนวทางหนึ่งคือแนวทางของห้องเสื้อ House of Nutter ซึ่งถือเป็นจอมขบถแห่งวงการแฟชั่นสุภาพบุรุษ ทางแบรนด์เลือกวิธีการตัดสูทให้ลูกค้าด้วยการออกเดินทาง อาจจะฟังดูแปลกในช่วงภาวการณ์แพร่ระบาดเช่นนี้ แต่ทางทีมยืนยันว่ามันได้ผลดีมากครับ วิธีการก็เหมือน Trunk Show ปกติครับ เช่าโรงแรมต่างเมือง ต่างประเทศ และให้ลูกค้าเข้ามาแบบนัดส่วนตัว เขาเผยว่าจากการบินข้ามทวีปไปนิวยอร์ก ติดต่อลูกค้าเก่าทั้งหมดว่าเขาจะมา ในระยะเวลา 5 วันคิวของห้องเสื้อเต็มทันที ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการพุ่งเข้าหาลูกค้าโดยสร้างความรู้สึกพิเศษให้เหมือนสุภาพบุรุษในรายชื่อเป็นคนสำคัญของแบรนด์เสมอ

Stay Strong,Be Fresh & Predict Future

ข้อสำคัญของการอยู่รอดของทุกธุรกิจคือการทำตัวให้สดใหม่อยู่เสมอ และอย่างที่ทราบกันว่าช่วงการแพร่ระบาดแบบนี้ Leisurewear มีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมแฟชั่น หลายแบรนด์ใน Savile Row จึงไม่รอช้าผลิตเสื้อผ้าประเภทนี้ออกมากันมาบ้าง (House of Nutter และ Edward Sexton) อย่างน้อยก็แบบชั่วคราวเพื่อประคองความสดใหม่เดินหน้าไปพร้อมกับยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนอัตลักษณ์ตัวเองนะครับ สูทเนี้ยบกริบมีเอกลักษณ์ตามแต่ละห้องเสื้อยังคงโชว์ให้เห็นหน้าร้านเสมอ และยังมีตัวอย่างชุดสูทต้นฉบับหลากหลายรูปแบบเป็นไอเดียให้ลูกค้าเก่าและใหม่เลือกสรรกันมากกว่าเดิมครับ

อีกหนึ่งข้อที่สำคัญคือเรื่องการคาดการณ์อนาคตครับ ถึงแม้โลกจะเผชิญปัญหาอย่างหนัก แต่สำนักวิเคราะห์วิจารณ์แฟชั่นรวมถึงนิตยสารชื่อดังทั่วโลกต่างมองว่า หากสถานการณ์โควิดดีขึ้นจะทำให้ผู้คนกลับมาแต่งตัวจัดจ้านกว่าเดิม ประกอบกับสไตล์ย้อนยุคเริ่มกลับมามีอิทธิพลในโลกแฟชั่นอีกครั้ง ทางแบรนด์ดังจาก Savile Row ก็ยิ่งพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและสร้างวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ให้คนได้สัมผัสกับความพิเศษของการตัดสูทที่นี่สักครั้งในชีวิต และยังรวมถึงการสร้างสไตล์การแต่งตัวตามธรรมเนียมดั้งเดิมให้กลับมาโลดแล่นโนโลกแฟชั่นยุคใหม่อีกด้วยครับ ความเอ็กซ์คลูซีฟจากประสบการณ์ตัดสูท Bespoke อาจเป็นเอกลักษณ์เด่นดั้งเดิมของ Savile Row ที่เมื่อผู้คนผ่านพ้นวิกฤติจะถวิลหาแน่นอนครับ

UPCYCLE!

อีกหนึ่งช่องทางในการเปิดตลาดของเหล่าแบรนด์ใน Savile Row โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gormley & Gamble ซึ่งมีผู้หญิงเป็นแม่ทัพนำทีมก็ผลิไอเดียเรื่องการนำผ้าเหลือใช้มาสร้างสรรค์ไอเท็มสำหรับยุคปัจจุบันครับ ซึ่งเธอก็ได้ทำหน้ากากจากเศษผ้าเสื้อเชิ้ต ผ้าซับใน และผ้าอีกหลายชนิด ตรงนี้ทำให้ห้องเสื้อลดโอกาสในการเสียผ้าส่วนนั้น เพิ่มมูลค่าจากขยะ และสร้างชื่อให้กับแบรนด์ตัวเองให้ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกลยุทธ์แนวใหม่ที่เธอกล้าจะเลือกเสี่ยงครับ

New Future with Technology

การพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่แค่กลยุทธ์ทางการตลาดและช่องทางการเอาตัวรอดเท่านั้นครับ เพราะห้องเสื้อชื่อดังอย่าง Huntsman มีการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วยครับ เพราะพวกเขาเลือกใช้วิธีสร้างหุ่นยนต์สำหรับวัดตัวสุภาพบุรุษ โดย Dario Carnera ได้นำเสนอสิ่งล้ำหน้าแห่งยุคของ Savile Row คือการส่งหุ่นยนต์นี้ไปวัดตัวให้กับลูกค้าต่างประเทศช่วงวิกฤติโควิดได้ครับ สิ่งนี้แม้จะไม่ใช้คำตอบทั้งหมดเพราะไม่สามารถระบุรายละเอียดของการตัดสูททั้งหมดได้อย่างชัดเจน แต่ก็ลดความจำเป็นในการเดินทางได้ โดยเฉพาะสำหรับ Mr.Carnera ทาง Huntsman สามารถใช้ผู้ช่วยจากต่างแดนเพื่อทำการวัดอย่างแม่นยำไปพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ ซึ่งตรงนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่ห้องเสื้อเก่าแก่ได้พัฒนาวงการ Bespoke ให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับครับ

ทั้งหมดนี้คือแนวทางของห้องเสื้อบนถนน Savile Row ที่พร้อมปรับตัวรับสถานการณ์ในช่วงโควิดแพร่ระบาดไปทั่วโลกแบบนี้ การแก้ปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของการบ้านข้อใหญ่ แต่การพัฒนาเดินหน้าต่อโดยคาดการณ์อนาคตอย่างมีหลักการ พร้อมทั้งกล้าจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องตามยุคสมัยอาจทำให้ห้องเสื้อใดห้องเสื้อหนึ่งสามารถก้าวนำห้องเสื้อแห่งอื่นๆ ไปแล้วในช่วงที่ทุกคนประสบปัญหา ต่อไปเราอาจจะเห็น Savile Row ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปแต่รับรองว่าขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิมจะคงอยู่เป็นมนต์เสน่ห์ของถนนแห่งนี้ต่อไปครับ ถ้าต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสูท Bespoke เพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ และอย่าติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ

Your cart

No products in the cart.