Blazer ไอคอนิกไอเท็มที่เดินทางข้ามเวลามามากกว่า 100 ปี

Blazer หรือหลายคนอาจเรียกว่า “เสื้อสูท” อาจเป็นไอเท็มสำหรับสุภาพบุรุษที่หลายคนคุ้นเคยกันมากที่สุด ต้นกำเนิดของมันทำให้เสื้อตัวนี้แตกต่าง รายละเอียดหลายอย่างระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็น Blazer โดยมิอาจใช้คำไหนมาทดแทนไหนได้

Blazer หรือหลายคนอาจเรียกว่า “เสื้อสูท” อาจเป็นไอเท็มสำหรับสุภาพบุรุษที่หลายคนคุ้นเคยกันมากที่สุด ต้นกำเนิดของมันทำให้เสื้อตัวนี้แตกต่าง รายละเอียดหลายอย่างระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็น Blazer โดยมิอาจใช้คำไหนมาทดแทนไหนได้ ทว่าหลายครั้งเกิดความเข้าใจผิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ต้นกำเนิดไปจนถึงการใช้งาน วันนี้ The Decorum จะมาแนะนำต้นกำเนิดของเสื้อประเภทนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีพัฒนาการต่อมาจนถึงปัจจุบันอย่างไรบ้าง ร่วมเดินทางข้ามเวลาไปกับเราได้ในบทความนี้เลยครับ

MISUNDERSTANING

ก่อนจะย้อนทำความรู้จักกับ Blazer ตั้งแต่ต้นกำเนิดของมันเรามาไขความกระจ่างในสิ่งที่มีคนเข้าใจผิดมากที่สุดก่อนว่า “Blazer = Suit Jacket = Sport Jacket” 3 สิ่งนี้แยกออกจากกันค่อนข้างชัดเจนในรูปแบบของตัวมันเอง แต่สิ่งที่ทำให้คนสับสนมากที่สุดคือ Blazer กับ Suit ซึ่งอธิบายง่ายๆ คือ Blazer ใส่แยกชิ้นกับกางเกง ส่วน Suit นั้นจะต้องสวมคู่กับกางเกงที่มีเนื้อผ้าเดียวกันเสมอ ซึ่ง Blazer มีตัวเลือกการใช้ผ้าไปในทิศทางเดียวกับ Suit คือสี Solid (สีพื้นสีเดียว) และนิยมสีโทนเข้มอย่างสีกรมท่า เป็นต้น ถึงแม้จะคล้ายคลึงกันและสร้างความสับสนบ้างแต่แท้จริงแล้วมันแยกออกจากกันอย่างชัดเจน (อ่านเรื่องความแตกต่างระหว่าง 3 สิ่งนี้เพิ่มเติมได้ ที่นี่)

REFINED BY RED

ย้อนกลับไปปี 1852 ซึ่งถือเป็นปีกำเนิดของ Blazer อย่างเป็นทางการโดยหลักฐานระบุว่าเสื้อแจ๊กเก็ตในลักษณะนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อกลุ่ม Lady Margaret Boat Club (St.John’s College, University of Cambridge) มีเสื้อประจำทีมพายเรือขึ้น โดย Blazer เซ็ตแรกนั้นเป็นสีแดงสดที่มีต้นแบบมาจากเสื้อโค้ตสีเดียวกันก่อนหน้าจะมี Blazer ตัวสั้นถือกำเนิดขึ้น โดยดั้งเดิมมีการถกเถียงว่าอาจจะยังเรียกว่า “Jacket” อยู่ด้วยซ้ำ ทว่าหลังจากเกิดเสื้อแจ๊กเก็ตหลากหลายรูปแบบสำหรับกีฬาประเภทต่างๆ เสื้อตัวนอกรูปแบบนี้จึงมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Blazer ในเวลาต่อมาเพื่อแยกแยะประเภทของเสื้อให้ถูกต้องครับ

*คำว่า Blazer สันนิษฐานว่าถูกใช้ยุค 1870s หลังจากกัปตันเรือ HMS Blazer สวมรับเสด็จสมเด็จพระราชินินาถวิกตอเรีย ชื่อนี้จึงถูกเรียกด้วยศัพท์จำเพาะมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน และสามารถใช้แยกระหว่างเครื่องแบบสำหรับนักกีฬาทางน้ำกับกีฬาประเภทอื่นดั่งที่กล่าวไว้ด้านบน

OARMEN’s SIGNATURE

แน่นอนว่าสำหรับ Blazer เป็นเสื้อนอกสัญลักษณ์ประจำทีมพายเรือของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์และมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด 2 มหาวิทยาชั้นนำของประเทศ(และโลก) เสื้อประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออบอุ่นร่างกายช่วงระหว่างการแข่งขันเปรียบเสมือนเสื้อกันลมในยุคปัจจุบัน ซึ่งหลังจากชมรมพายเรือของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งริเริ่ม Blazer ก็ถือกำเนิดขึ้นต่อเนื่อง ต่อมาเริ่มมีลายเส้น สีสัน และ ลักษณะเฉพาะตัวเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อแสดงถึงสถาบันแต่ละสถาบันนั่นเองครับ มากไปกว่านั้นกองเชียร์ริมสนามยังสวมเสื้อเหล่านี้เพื่อแสดงพลังสนับสนุนนักกีฬาในเวลาต่อมาอีกด้วยครับ

ภายหลังวัฒนธรรมการสวม Blazer ขึ้นจากน้ำสู่ผืนดินอย่างเป็นทางการ เหล่าสมาชิกชมรมภายเรือทั่วทุกมหาวิทยาลัยเริ่มสวมเสื้อเหล่านี้ในชีวิตประจำ โดยเฉพาะในเขตมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อบ่งบอกสถานะตัวตนการเป็นสมาชิกชมรมอันทรงเกียรติ การปักอักษรย่อหรือตราสัญลักษณ์กลายเป็นที่นิยมขึ้นอย่างมาก เริ่มมีสไตลิ่ง Blazer เข้ากับลักษณะเฉพาะตัวได้อย่างอิสระ ยิ่งกฎไม่เคร่งครัดต่อการออกแบบ หลายกลุ่มเริ่มใช้เสื้อประเภทนี้ในกลุ่มสังคมของตัวเองมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ หรือแม้แต่เหล่านักกีฬาภาคพื้นดินที่หยิบผลผลิตทางวัฒนธรรมของเหล่านักพายเรือมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งนักดนตรีหรือคนดังที่มีเสื้อ Blazer ประจำวงหรือประจำตัวด้วยครับ

ความนิยมชมชอมในการสวมใส่ Blazer แพร่กระจายไปในวงกว้าง แทบทุกพื้นที่ของยุโรปต่างรู้จัก Blazer กันเป็นอย่างดี เสื้อลักษณะนี้ถูกปรับรูปแบบให้เหมาะกับทั้งวงการกีฬา การทำงาน รวมไปถึงการสวมแบบลำลองขึ้นตามแฟชั่น หลังจากนั้นช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Brook Brothers ก็นำวัฒนธรรม Blazer เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและสร้างกระแสนิยมให้มันอย่างต่อเนื่องจน Blazer กลายเป็นไอเท็มสำคัญของสุภาพบุรุษอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสไตล์ Preppy สอดคล้องกับสไตล์ Ivy League ที่เรายังสัมผัสได้จวบจนปัจจุบัน

ORIGINAL VS. MODERN DAY BLAZER

Blazer เริ่มแพร่หลายกลายเป็นไอเท็มติดตู้ของสุภาพบุรุษกันโดยทั่วไป ในยุคแรกเองเสื้อประเภทนี้มีลักษณะเป็นลำลองและทะมัดแทมงอย่างมาก เพราะมีต้นกำเนิดจากเสื้อชมรมกีฬาพายเรือ ภายหลังมีการปรับแต่งมากขึ้นแต่ยังคงการสวมใส่ในรูปแบบเดิมคือเลเยอร์เข้ากับเสื้อเชิ้ตผูกเนกไท ภายหลังถูกทำให้ลำลองขึ้นด้วยการปลดเนกไท ตั้งปกเสื้อ สวมกับเสื้อโปโล หรือแม้กระทั่งเสื้อยืด แต่ที่ยังอยู่ยืนยงเสมอคือ Blazer ไม่ใช่สูท จะไม่มีการสวมเสื้อและกางเกงเข้าชุดกันเด็ดขาด และลักษณะเด่นอีกอย่างในยุคเริ่มแรกคือไม่มีการผ่าหลัง เสริมไหล่ หรือแม้กระทั่งสาบหน้า นับเป็นต้นฉบับเสื้อแจ๊กเก็ตแบบ Soft-Tailoring เลยก็ว่าได้ครับสำหรับ Blazer

พอยุคหลังกฎระเบียบอันเคร่งครัดของการนิยามเสื้อผ้าผ่อนคลายลง มีการลดทอนรายละเอียดต่างๆ ลงอีก ตัวอย่างเช่น Giorgio Armani ออกแบบ Blazer แฟชั่นเพื่อปลุกความนิยมขึ้นอีกครั้งในปี 1975 เสื้อแบบ Unlined ที่ยังคงดูโปรแต่ไม่ทางการเท่าชุดสูทเรียกกระแสกลับมาได้อีกครั้งหลังแฟชั่นผันเปลี่ยนตามเทรนด์อื่นไปนานเกินทศวรรษ มีสุภาพบุรุษระดับตำนานอย่าง Richard Gere สไตลิ่ง Blazer จนเป็นลุคติดตาชนิดที่ถูกขนานนามว่า “The King of Blazer” เลยล่ะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นคาแรกเตอร์ของ Blazer ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเพราะกระดุมเหล็กสีทอง กระดุมเคลือบ สาบหน้า และอื่นๆ อีกมากมายถูกปรับแต่งอย่างอิสระมากขึ้นตามยุคสมัย บางครั้งเราจะเห็นว่าโลกยุคโมเดิร์น Blazer บ้างก็มีความทางการขึ้นคล้าย Suit แต่แยกชิ้น ในอีกมุมหนึ่งก็ลำลองลงราวกับเป็น Sport Jacket เลยครับ

NOWADAYS

และยุคโมเดิร์นที่สุดของ Blazer ต้องย้อนรากฐานกลับไปเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ไอเท็มชิ้นนี้ถูกปรับแต่งอย่างอิสระแต่ยังคงยึดพื้นฐานเรื่องสีกับเนื้อผ้าไว้เป็นแกนหลัก แต่รายละเอียดอื่นๆ แม้กระทั่งความยาวถูกปรับแต่งเพื่อแฟชั่นมากขึ้น เริ่มมีการสไตลิ่งหลากหลายแม้กระทั่งกับผู้หญิงเอง และที่สำคัญเมื่อประมาณ 10-15 ปีก่อน Blazer เริ่มกลายเป็นไอเท็มฮิตจากกระแสแฟชั่นแมสคิวลีน ผู้หญิงสวม Blazer กันเป็นเรื่องปกติธรรมดา รวมถึงมีการใช้ Blazer เพื่อแมตช์กับชุดเดรสสุดเฟมินีนอีกด้วย (Balmain) นับว่าปัจจุบัน Blazer ถือเป็นไอเท็มสามัญประจำบ้านของทุกเพศทุกวัย ทั้งหมดถูกปรับแต่งตามสไตล์ไม่ว่าจะอนุรักษ์นิยมหรือหัวก้าวหน้า ทิ้งองค์ประกอบบางอย่างให้รักษาอัตลักษณ์ความเป็น Blazer ไว้เท่านั้น

หลังจากรับรู้ที่มาของ Blazer มาอย่างครบถ้วนจะเห็นได้ว่าไอเท็มสุดคลาสสิกนี้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง Blazer ไม่เคยหยุดนิ่ง เสื้อตัวนอกเบสิกนี้ชิ้นนี้กลายเป็นไอคอนิกไอเท็มที่ทุกคนควรมี แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะหยิบสูทมาสวมในทุกๆ วัน ในขณะเดียวกันก็ไม่ทุกคนที่สามารถใส่เสื้อผ้าสุดลำลองหรือจัดจ้านตามเทรนด์ได้ขนาดนั้น Blazer จึงเป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่สามารถตอบโจทย์ความยืดหยุ่นของแฟชั่นยุคปัจจุบันได้ยอดเยี่ยมที่สุดครับ ติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษ กับ The Decorum Tribune ได้ในตอนหน้า หากท่านใดสนใจเรื่อง Blazer สามารถเข้ามาเลือกชมและปรึกษาข้อมูลได้ที่ร้าน The Decorum หรือช่องทางออนไลน์ทุกช่องทางครับ

Your cart

No products in the cart.