Goodyear-Welted, Cementing, Blake และ Hand-welted วิธีทำรองเท้าหนัง 4 รูปแบบที่คุณควรรู้จัก

Goodyear Welt, Blake, Hand-Welt หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินแต่อาจจะสงสัยว่ารูปแบบในการผลิตรองเท้าต่าง ๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร The Decorum Tribune ครั้งนี้จะขอเล่าเรื่องถึงกรรมวิธีในการผลิตรองเท้าคลาสสิกเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้อ่านทุกคนครับ
Goodyear welted Shoes - Alden

“รองเท้า” เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์ลุคของสุภาพบุรุษให้สมบูรณ์แบบ นอกจากชุดสูทและเสื้อเชิ้ตแบบ Bespoke เนกไทเส้นขนาดพอเหมาะ และผ้าเช็ดหน้า สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกสิ่งหนึ่งคือรองเท้า หลายคนมองรองเท้าหนังในภาพจำที่ว่า “เหมือนกันหมด” แต่แท้จริงแล้วรองเท้าหนังหลากหลายทรงมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น เชื่อไหมว่ารองเท้าที่เราเห็นหน้าตาคล้ายราวกับเป็นญาติกันจะมีเทคนิคการร้อยเรียงเส้นด้ายเพื่อเย็บแผ่นหนังหลายส่วนเข้าหากันที่แตกต่าง วันนี้เราจะพาทุกคนเจาะลึกถึงกรรมวิธีการผลิตรองเท้าหนังยอดนิยม 4 รูปแบบของเหล่าสุภาพบุรุษทั่วโลกกันว่าแต่ละรูปแบบการผลิตมันพิเศษ เหมือน และต่างกันอย่างไรบ้าง

4 รูปแบบของการทำรองเท้าหนัง

รองเท้าหนังโดยทั่วไปคนมักจะมองถึงรูปทรง สี และคุณภาพของหนังไล่เรียงต่อกันมาอาจจะสลับความสำคัญกันบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ทว่าเมื่อคุณต้องการเลื่อนขั้นความรู้ของสไตล์โดยเฉพาะเรื่องรองเท้าคุณต้องเข้าใจก่อนว่าการตัดเย็บต่างๆ ส่งผลต่อรองเท้าโดยตรง นั่นทำให้ศัพท์เฉพาะในการเย็บรองเท้าทั้ง Cementing, Blake Stitch, Goodyear-Welted และ Hand-welted เป็นวิชาภาคบังคับที่กูรูทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าจะต้องเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แม้แต่ชายผู้สนใจแฟชั่นก็ควรศึกษาเป็นความรู้แฟชั่นประดับไว้เพื่อวันหนึ่งจะได้เลือกรองเท้าให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

รองเท้าแบบ Cementing

เราเริ่มกันที่เรื่องเบสิกที่สุดอย่าง “Cementing” หรือเทคนิคการทากาวชนิดพิเศษเพื่อยึดพื้นรองเท้าเข้ากับตัวรองเท้า การผลิตรองเท้าลักษณะนี้นั้นมีเป็นที่นิยมมากที่สุดในตลาดทั่วไปเพราะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และปล่อยขายออกสู่ตลาดได้อย่างง่ายดาย รองเท้าพื้นยางแทบทุกประเภทมักใช้เทคนิคนี้ในการประกอบร่างรองเท้าคู่โปรดของคุณไม่ว่าจะเป็นรองเท้าบู๊ตยาว สนีกเกอร์ ชักก้าบู๊ต และอีกหลายต่อหลายแบบ มันช่างเรียบง่ายแต่ก็ทรงประสิทธิภาพไม่น้อยเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เสียไปในการทำ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้คงทนขนาดนั้น ความคงทนระหว่างชั้นพื้นรองเท้าด้านนอกกับพื้นรองเท้าด้านในนั้นจัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างเปราะบาง มีโอกาสสูงเมื่อเหล่าคุณผู้ชายใส่เดินเป็นประจำพื้นรองเท้าก็จะสึกกร่อนและหลุดแยกออกจากกัน ข้อดีของรองเท้าแนวนี้คือมีความเบาและใส่สบาย เหมาะกับรองเท้าแบบ Casual หรือจำพวก Belgian Shoes

รองเท้า Baudoin and Lange Tassel Loafers เน้นการใส่ที่สบายและดู Elegant

รองเท้าแบบเบลค Blake Stitch หรือ Mckay Construction

“Blake Stitch” เราเริ่มกันที่ความเรียบง่ายแบบ Cementing ไปแล้ว ตอนนี้เราจึงมาต่อกับเทคนิคที่เพิ่มความคงทนและยกระดับคุณภาพของรองเท้าหนังขึ้นมาอีกขั้นนั่นก็คือเทคนิคแบบ Blake Stitch จากเดิมเราพูดถึงการทากาวหรือเปรียบภาพเป็นฉาบปูนซีเมนต์ลงบนพื้นรองเท้าไปแล้ว ตอนนี้ต้องกระโดดข้ามมาถึงเทคนิคการเย็บกันบ้าง การเย็บพื้นรองเท้าด้วยเทคนิคแบบ Blake Stitch นั้นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1856 ที่ Ryman Reed Blake คิดค้นเครื่องจักรเย็บรองเท้าขึ้นมา ซึ่งกรรมวิธีการทำรองเท้าเช่นนี้สอดคล้องกับช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมพอดิบพอดี เปลี่ยนจากยุคแรงมนุษย์สู่เครื่องจักร จุดเด่นคือการทำรองเท้าแบบนี้ใช้เครื่องจักรสนเข็มเข้าไปตามแนวพื้นรองเท้าทั้งส่วนในและนอก (Outsole-Insole) และร้อยเย็บตะเข็บออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมือนเป็นการเย็บทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกันโดยการสนเข็มทะลุผ่านเลเยอร์ 3 ชั้น (พื้นด้านนอก พื้นด้านใน และส่วนหนังของทรงรองเท้า) ในรอบเดียว

ตัวอย่าง รอยตะเข็บเย็บพื้นของ Blake จะค่อนข้างห่าง

ความแข็งแรงทนทานที่มากกว่าการแปะพื้นคือจุดเด่นเชิงคุณภาพที่สำคัญ นอกจากนี้ความยืดหยุ่นและน้ำหนักที่เบาจากปัจจัยเรื่องจำนวนพื้นเลเยอร์ก็ยิ่งย้ำว่าคุณภาพของการประกอบร่างรองเท้าแบบนี้มันน่าทึ่งเพียงใด มากไปกว่านั้นเทคนิคนี้ยังสร้างมิติความสวยงามให้กับรองเท้าได้ดีทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องความโฉบเฉี่ยวของรองเท้าที่ขอบส่วนนอกค่อนข้างชิดกับตัวรองเท้าเพราะมีรอยตะเข็บการเย็บเรียงเป็นไลน์เดียวกันอยู่ภายในส่วนตัวรองเท้าอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนใดยื่นออกมาเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่ว่าการเย็บแบบนี้ไม่มีข้อเสีย เมื่อมีการเจาะรูทะลุไปจนถึงพื้นชั้นในแน่นอนว่าจะต้องมีรูโหว่ไม่มากก็น้อยสำหรับให้น้ำแทรกซึมทำความเสียหายกับตัวรองเท้าได้เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ใช่การรั่วซึมแบบรุนแรงแต่สามารถลดอายุการใช้งานรองเท้าคู่โปรดของเหล่าสุภาพบุรุษได้ไม่น้อย และข้อเสียอีกจุดหนึ่งคือเปลี่ยนพื้นได้ไม่บ่อยเท่าที่ควร! เพราะเครื่องเบลคจะสนเข็มเพื่อหารูใหม่ในการเย็บแล้วเย็บอีก ครั้งหรือ 2 ครั้งคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ลองนึกภาพกระดาษที่โดนทิ่มแทงบ่อยๆ จะพรุนและแข็งแรงน้อยลงทุกที การใช้เครื่องเย็บเช่นนี้ก็เช่นกันยิ่งเจาะก็ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับตัวรองเท้า และเมื่อประกอบกับขั้นตอนวิธีการเลาะด้ายก็ยิ่งทำให้พื้นด้านในเสียหายเพิ่มเติมจนลดทอนคุณภาพรองเท้าหนังรูปทรงเฉียบคมนี้ลงไปเรื่อยๆ  และในที่สุดก็อาจจะต้องเก็บรองเท้าไว้ในตู้เพื่อสะสมเป็นคอลเล็กชั่นของสวยงามเท่านั้น ถึงแม้จะไม่ได้เพอร์เฟกต์แต่ด้วยเอกลักษณ์ความงดงาม โฉบเฉี่ยว และคงทนของรองเท้าแบบนี้ทำให้แบรนด์ดังในอิตาลีหลายแบรนด์หรือแม้แต่แบรนด์รองเท้าระดับซูเปอร์ไฮเอนด์อย่าง Berluti ยังเลือกใช้เทคนิคนี้เพื่อสรรสร้างรองเท้าคู่โปรดให้ตรงกับวัฒนธรรมการแต่งกายของชายหนุ่มผู้สนุกกับการแต่งกายแบบมีมิติความจัดจ้าน เราจะเห็นรองเท้า Blake ค่อนข้างมากในระดับ Low to Mid Tier เนื่องจากต้นทุนการผลิตรองเท้าแนว Blake ค่อนข้างต่ำกว่า Goodyear Welted ค่อนข้างมาก

การทำรองเท้าแบบกู้ดเยียร์ Goodyear Welted

“รองเท้านั่นมันเทอะทะกว่าปกติหรือเปล่านะ?” ถ้าคำถามนี้เกิดขึ้นในหัวคุณตอนนี้ลองล้างมันออกไปก่อนเพราะมันอาจจะทำให้คุณพลาดรองเท้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตคู่หนึ่งไปเลยก็ได้ “Goodyear-welted” คืออีกหนึ่งเทคนิคการรังสรรค์รองเท้าสุดเนี้ยบของสุภาพบุรุษทั่วโลก เราต้องย้อนกลับไปปี 1869 ไกลพอๆ Blake Stitch เลยทีเดียว Charles Goodyear Jr. ซึ่งเป็นทายาทบริษัทยาง Goodyear  เขาคิดค้นเครื่องเย็บรองเท้าเทคนิคพิเศษนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ และความขึ้นชื่อลือชาเรื่องคุณภาพรวมถึงวิถีการผลิตในประเทศต้นกำเนิดอย่างอังกฤษทำให้แบรนด์รองเท้าระดับท็อปไม่ว่าจะเป็น John Lobb, Edward Green, Crockett & Jones หรือแม้แต่ Alden ของฝั่งอเมริกาก็ใช้เทคนิคนี้ในการคราฟต์รองเท้าคุณภาพสูงของตัวเองกันทั้งนั้น กรรมวิธีอันซับซ้อนแต่กลับให้ผลลัพธ์ขั้นสุดยอดต้องแลกมาด้วยการลงทุนกับเครื่องจักรจำเพาะ เวลา และที่สำคัญคือการฝึกทักษะของช่างซึ่งเป็นผู้กำหนดคุณภาพของรองเท้าเลยทีเดียว…

เครื่องเย็บ Goodyear Welted (Rapid Stitch) ณ โรงงาน Fugashin ประเทศญี่ปุ่น

ทำไมถึงต้องยุ่งยากขนาดนี้? คำตอบง่ายนิดเดียวคือการเพิ่มความพิถีพิถันและเพิ่มเพดานอายุการใช้สำหรับรองเท้าคู่โปรดของหนุ่มๆ เราจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกับเทคนิคพิเศษนี้ว่ามันมีความแตกต่างกับกรรมวิธีแบบอื่นเช่นไร

เริ่มแรกเลยคือส่วนของ Cork Filling ถือเป็นจุดเด่นแรกที่เราได้เห็นจากรองเท้า Goodyear-welted ส่วนมากแบรนด์มักใช้ไม้ทำจุกก๊อก(ไวน์) มาเติมน้ำและบดละเอียด ฉาบเข้าระหว่างพื้นรองเท้าด้านในกับด้านนอกทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายและปรับเข้ากับรูปเท้าของเราได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้ Blake Stitch จะมีการใส่รายละเอียดจุดนี้เข้าไปเช่นกันแต่บางกว่าอย่างเห็นได้ชัด จุดนี้ถือเป็นจุดแรกที่ฉีกตัวเองออกจากกระบวนการผลิตรองเท้าแบบอื่นๆ

การใส่ Cork ใต้พื้นรองเท้า (ภาพถ่ายที่โรงงาน Fugashin ณ เมืองมัตสุโดะ ประเทศญี่ปุ่น)

องค์ประกอบของรองเท้าแบบ Goodyear Welt

พอเข้าใจความแตกต่างจุดแรกเป็นเหตุให้ต้องเจาะลึกเรื่องราวความพิเศษของรองเท้าแบบนี้ต่อไป ลองนึกภาพโครงสร้างรองเท้าให้ผ่าครึ่ง เมื่อมองรอบด้านเราจะเห็นส่วนประกอบสำคัญเช่น ส่วน Upper (ส่วนชิ้นหนังด้านบนของรองเท้าที่มีหน้าที่ห่อหุ้มเท้าเรานั่นเอง) ส่วน Insole (พื้นของรองเท้าด้านในที่รองรับเท้าของเรา) ส่วน Rib (ผ้าใบที่ทำหน้าที่ยึดติดกับ Insole) ส่วน Welt (เป็นส่วนที่ใช้เย็บติดรองเท้ากับ Outsole) และส่วน Outsole หรือพื้นรองเท้านั่นเองซึ่งจริง ๆ แล้วทำด้วยหนังแต่คนส่วนมากเข้าใจผิดว่าเป็นไม้จริงๆ ไม่ใช่นะครับ

ภาพผ่าครึ่งรองเท้า  สังเกตได้ว่าจะไม่มีการเย็บทะลุระหว่าง Upper ,Insole, และ Outsole โดยตรง แต่ผ่าน Welt (บริเวณสีน้ำตาลเข้ม) แทน (Cr. Crockett and Jones)

 

“เรื่องความคงทนของพื้นต้องยกให้ Goodyear-welted แต่ทว่าความคงทนนี้จะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่เลือกหนังสำหรับตัวรองเท้าที่มีคุณภาพดีเพียงพอหรือคุณภาพต่ำ”

ความพิเศษจริงๆ ของ Goodyear คือจะไม่มีการเย็บทะลุเข้าสู่พื้นด้านใน แต่จะไปเย็บติดกับขอบด้านข้างอันมีลักษณะเป็นแผ่นหนังหนาขึ้นมาอีกชั้นเรียกว่า Welt นั่นเอง และช่างจะทำการเย็บตัว Welt เข้ากับพื้นรองเท้าด้านนอกอีกทีหนึ่งเป็นการเย็บแบบครบกระบวนการโดยไม่ค่อยสร้างความเสียหายแก่พื้นด้านใน มากไปกว่านั้นเมื่อเจาะลึกวิธีการทำจะเห็นได้ว่ารองเท้าแบบนี้ใช้ฝีมือและประสบการณ์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อสวมใส่อย่างมาก ไล่ตั้งแต่กระบวนการติดส่วน Rib เข้ากับพื้นด้านในหลังจากนั้นก็ละเลง Cork Filling คุณภาพเยี่ยมลงไปเพื่อสร้างการปรับระดับเข้ารูปเท้าดังที่กล่าวไปก่อนหน้า หลังจากนั้นถึงคิวพระเอกอย่าง Welt ทำหน้าเป็นแผ่นหนังที่เพิ่มเข้ามาเพื่อยึดติดพื้นด้านในและพื้นด้านนอกในชนิดเย็บคนละจุด แต่สำหรับ Blake Stitch เมื่อไม่มี Welt ช่างจะทำการใช้เครื่องสนเข็มทะลุระหว่างพื้นทั้ง 2 ชั้นรวมถึง Cork Filling ไปในคราวเดียว จุดนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่ารองเท้าแบบ Goodyear-welted สามารถเปลี่ยนพื้นได้หลายครั้งกว่ามากๆ ในขณะที่หนังของตัวรองเท้าจะกลายเป็นตัววัดคุณภาพขั้นสุดท้ายเพราะทั้ง 2 เทคนิคล้วนใช้เครื่องขึ้นรูปรองเท้าเหมือนกัน ฉะนั้นเรื่องความคงทนของพื้นต้องยกให้ Goodyear-welted แต่ทว่าความคงทนนี้จะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่เลือกหนังสำหรับตัวรองเท้าที่มีคุณภาพดีเพียงพอหรือคุณภาพต่ำ การเปลี่ยนพื้นได้ก็คงไม่มีประโยชน์เช่นกันหากหนังด้านบนพังจนเกินเยียวยา หากเลือกจะลงทุนแล้วก็ควรลงทุนให้สอดคล้องกันไปอย่างสมเหตุสมผลและที่สำคัญสมราคาด้วย…

แล้วจะดูได้อย่างไรว่ารองเท้าที่เราซื้อมาคือ Goodyear Welted ?

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าถ้าเราอยากจะดูว่ารองเท้า Goodyear จะสังเกตุได้จากตรงไหน จุดสังเกตุ ง่ายๆ ว่าขอบพื้นรองเท้าจะแบ่งออกเป็นสองชั้น แทนที่จะมีแค่พื้นรองเท้าชิ้นเดียว ขอบชั้นบนนั่นแหละคือ Welt ครับ

สังเกตดู Layer ของพื้นรองเท้า Cr. Thursday Boot Company

รองเท้าแบบ Hand-Welt หรือทำมือ

“ความโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่สามารถตอบได้ว่าของชิ้นนี้มีคุณภาพ” เมื่อเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ในกระบวนการผลิตแทบทุกประเภท คำว่า “งานฝีมือ” ล้มหายตายจากเราไปทุกทีแต่งานคุณภาพสูงราคาสูงลิ่วก็ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน งานฝีมือชั้นยอดไม่ได้ทำเพื่อตอบโจทย์ความรวดเร็วของตลาดทุนนิยมเท่าการใช้เครื่องจักร แต่รองเท้าเหล่านี้เปรียบเหมือนงานศิลปะชั้นครูที่ต้องอาศัยการลงมือทำอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งความเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ลูกค้าจะต้องยอมจ่ายราคาสูงกว่ารองเท้าที่ผ่านกรรมวิธีแบบอื่น แต่ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการจ่ายเงินให้กับงานฝีมือนั้นมิได้การันตีเสมอไปว่าจะได้รองเท้าหนังคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด เพราะฉะนั้นเราจะพาไปทำความรู้จักความพิเศษที่ทำให้รองเท้าทำมือยิ่งมีคุณค่าขึ้นในยุคเทคโนโลยีและรองเท้าทำมือนั้นมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร

จุดเด่นของรองเท้า Hand-Welt

เริ่มล้วงลึกถึงกระบวนการกันก่อน เมื่อพูดถึง “ทำมือ” มักมาเคียงคู่กับ “Bespoke” อยู่เสมอ พอใช้มือแล้วจุดแรกที่เห็นได้ชัดและเป็นเอกลักษณ์คือการทำส่วน Rib ด้วยมือซึ่งเรียกว่า Holdfast หรือร่องของพื้นรองเท้าด้านในเพื่อใช้สำหรับการเย็บติดกับ Welt ซึ่งเป็นการใช้มือทั้งหมดทำให้ใช้เวลามากขึ้นไม่น้อย แต่ก็แลกมาด้วยงานคราฟต์คุณภาพสูงตามฝีมือช่างแต่ละคน ในขณะที่ Goodyear-welted จะใช้วิธีการทากาวติดส่วน Rib สีขาวเข้ากับพื้นส่วนในเลยโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งแกะสลัก Holdfast ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ได้จากการทำ Hand-Welt คือ เอวรองเท้าจะคอดเรียวซึ่งบ่งบอกถึงงานการผลิตระดับสูงและทำให้เกิดความสวยงาม ซึ่งโดยปกติแล้วการใช้เครื่องจักรนั้นจะไม่สามารถเย็บตะเข็บได้ หากเอวรองเท้านั้นคอดลึกมากเกินไป ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่ารองเท้า Goodyear ส่วนมากจะมีช่วงเอวของพื้นรองเท้าที่ค่อนข้างกว้าง ในขณะที่รองเท้า Bespoke จะมีลักษณะคอดเรียวกว่าในช่วงเอว

การแซะ Holdfast ด้วยมือเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเย็บรองเท้าติดกับตัว Welt ซึ่งจะแตกต่างจากกรรมวิธีการทำแบบ Goodyear

อย่างไรก็ดี The Decorum Tribune อยากจะให้ทุกคนทำความเข้าใจว่า Hand-welt ไม่ได้แปลว่ารองเท้าที่ทำออกมาจะสวยงามไปทุกชิ้น จริง ๆ แล้ว จากการที่เราได้พบปะกับช่างรองเท้า Bespoke หลาย ๆ คน ความยากที่สุดของการทำรองเท้าทำมือจริงแล้วคือเรื่องของการทำ Handsewn Outsole Stitching หรือการเย็บพื้นรองเท้าด้วยมือ ซึ่งหากทำได้ดีจะทำให้รองเท้ามีเอวที่คอดสวยงามและจะทำให้บริเวณขอบด้านนอกของเอวรองเท้าชิดติดกับตัวหนังด้านบนของรองเท้าแบบแนบสนิท แต่ความสวยงามนี้กลับแลกมาด้วยราคามหาศาล ราคาของประสบการณ์ช่างทำรองเท้าที่ต้องเก็บเกี่ยววิทยายุทธ์มานานนับสิบๆ ปีกว่าจะเชี่ยวชาญในการทำรองเท้าให้ได้รูปทรงตามเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ เพราะฉะนั้นเหล่าช่างหลังบ้านของแบรนด์จึงมักจงรังภักดีอยู่กับแบรนด์ตราบชั่วชีวิต แค่การ Out-stitching เพียงอย่างเดียวก็สามารถตัดสินได้แล้วว่าผู้ลงมือทำรองเท้าคู่นี้มีฝีมือเพียงใด เมื่อต้องวัดกันที่ทักษะส่วนบุคคลแบบนี้ไม่ได้ทำให้รองเท้าแบบทำมือนั้นดีกว่ากรรมวิธีการผลิตรูปแบบอื่นๆ เสียทีเดียว “ความเฉพาะตัวของมนุษย์” คำนี้คือเหตุผล…ไม่มีช่างคนไหนฝีมือทัดเทียมเสมอกัน เพราะฉะนั้นเราอาจจะเห็นรองเท้าทำมือบางคู่จบงานได้ไม่สวยเท่าที่ควร

ทั้งนี้ มีรองเท้าหลายยี่ห้อที่เป็นงานแบบ Hand-welt แต่ไม่ได้ทำ Outsole Stitch ด้วยมือ และมีราคาย่อมเยา เช่น Jalan Sriwijaya สำหรับรองเท้าสำเร็จรูปที่เป็น Full Handmade จริงๆ จะมีราคาค่อนข้างสูงและมีเพียงไม่กี่แบรนด์ เช่น Vass Shoes, Saint Crispins, หรือ Mori Shoemaker

Our Thoughts

จากประสบการณ์ของเรา เวลาเลือกซื้อรองเท้า อาจจะต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการรองเท้าแนวไหนและเพื่อตอบโจทย์อะไร อย่าตัดสินใจซื้อรองเท้าเพียงแค่คำว่าทำมือหรือเพียงแค่เป็นรองเท้าแบบ Goodyear ซึ่งบางทีคำเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกเลยว่ารองเท้าคู่นั้นมีคุณภาพดีเพียงใดและสมราคาหรือไม่ เราอยากให้บทความชิ้นนี้เป็นก้าวแรกของผู้อ่านทุกคนในเข้าใจรูปแบบต่าง ๆ ของรองเท้า และเป็นจุดเริ่มต้นที่ในการเลือกสินค้าอย่างชาญฉลาด ทั้งนี้บทความในอนาคต The Decorum Tribune จะเขียนถึงการพิจารณาดูว่า รองเท้าที่มีคุณภาพจะต้องดูตรงไหนบ้าง เราควรต้องใส่ใจเรื่องอะไรบ้างเพื่อที่จะได้เลือกรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดในงบประมาณที่เราตั้งไว้ครับ คอยติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune ขอบคุณครับ

Written by Nattanam Waiyahong
Edited by Pongsakorn (O)

Your cart

No products in the cart.