Interview with Buzzspoke : Style for the Young

Buzz Tang หรือที่เรารู้จักกันในนาม @buzzspoke คือบุคคลต้นเรื่องของเราในวันนี้ครับ เขาคือหนึ่งในผู้ล้างภาพจำว่าบุรุษสายคลาสสิกจะต้อง “มีอายุ” เพราะเขามาอย่างสดใหม่ด้วยวัยเพียง 23 ปี
Buzzspoke : Buzz Tang

เวลาพูดถึงแฟชั่นไอคอนคนส่วนใหญ่มักนึกถึงคนรุ่นเดอะที่ผ่านประสบการณ์ในวงการมานานหลายทศวรรษ แต่ตอนนี้คือยุคแห่งอินฟลูเอนเซอร์และสุภาพบุรุษแฟชั่นยุคใหม่ที่เกณฑ์อายุเริ่มเด็กลงเรื่อยๆ และความหลากหลายของชาติพันธุ์ก็เปิดกว้างขึ้นด้วย เดิมทีสุภาพบุรุษสายซอร์ทอเรียลคงมีภาพจำเป็นเหล่าชาวอิตาเลียน สุภาพบุรุษเมืองผู้ดี หรือถ้าขยับมาฝั่งเอเชียก็นึกถึงญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก แต่วันนี้ The Decorum จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับบุรุษมากเสน่ห์ที่มีสไตล์ชัดเจนจนถือว่าเป็นสุภาพบุรุษสายแฟชั่นวัยรุ่นมาแรง เขาพิเศษอย่างไรนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

ทำความรู้จักกับ Buzz

Buzz Tang หรือที่เรารู้จักกันในนาม @buzzspoke คือบุคคลต้นเรื่องของเราในวันนี้ครับ เขาคือหนึ่งในผู้ล้างภาพจำว่าบุรุษสายคลาสสิกจะต้อง “มีอายุ” เพราะเขามาอย่างสดใหม่ด้วยวัยเพียง 23 ปี และ Buzz นิยามแฟชั่นของตัวเองไว้อย่างชัดเจนด้วยคำ 2 คำว่าที่ว่า Eclectic และ Classic Silhouette มาพร้อมกับการอธิบายตัวตนว่าด้วยเรื่องของระบบชุดความคิดแบบโมเดิร์น เปิดรับความสนุกสนานและสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และแน่นอนเขาเน้นยำให้กับทุกคนว่า “อย่ากลัวเรื่องสีสัน” ทั้งหมดนี้ทำให้คนรุ่นใหม่จากฮ่องกงผู้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอนพิเศษจนเราหยิบยกมาพูดถึงกันในวันนี้ครับ

Buzz Tang ในสูทของ The Anthology
Buzz Tang ในสูทของ The Anthology

เราเริ่มย้อนกันตั้งแต่ความสนใจแรกในเรื่องแฟชั่นที่ทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งสไตล์กันดีกว่าครับ ทางเรามีโอกาสสัมภาษณ์กับ Buzz โดยตรงและเขาก็เผยว่า “ผมจะขอพูดว่าที่ผมก้าวสู่โลกแห่งแฟชั่นเพราะเรื่องแฟชั่นมันแทบจะวิ่งอยู่ในสายเลือดของผมเลยก็ว่าได้” และด้วยสไตล์การแต่งตัวแบบคลาสสิกที่หาได้น้อยลงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะกระแสเทรนด์สตรีทแวร์และโมเดิร์นเทเลอริ่งร้อนแรงครองตลาดแฟชั่นบุรุษทั่วโลก ณ ตอนนี้ แต่ความคลาสสิกของเหล่าสุภาพบุรุษไม่เคยล้มหายตายจากไปอยู่แล้วครับ Buzz คือตัวอย่างสำคัญ โดยเขากล่าวว่า “ผมซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำตามกระแสมากมาย วันหนึ่งผมก็มองกระจกและตั้งคำถามกับมัน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ หันมาสนใจเสื้อผ้าคลาสสิก เพราะเข้ากับรูปร่างของผมได้อย่างยอดเยี่ยม และแล้วผมก็เลือกเดินตามความฝันด้วยการศึกษาด้านแฟชั่นอย่างจริงจังในระดับมหาวิทยาลัย” นั่นทำให้สไตล์คลาสสิกของเขาไม่ใช่แค่วัฒนธรรมแช่แข็งแต่เป็นวัฒนธรรมที่เขาปรุงแต่งให้พร้อมโลดแล่นไปในทุกยุคทุกสมัยเลยล่ะครับ

การเปิดกว้างรับสิ่งใหม่มาปรับใช้คือเสน่ห์ของ Buzz ซึ่งสะท้อนถึงแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ เขาระบุชัดเจนเกี่ยวกับสไตล์ที่ทำให้แตกต่างว่า “กล้าที่จะทดลองคือสิ่งสำคัญ ปล่อยวางกฎระเบียบไม่จำเป็นต้องยึดติดกับมันมากนัก พยายามหาแรงบันดาลใจจากหลายแง่มุมไม่ใช่แค่จากสไตล์คลาสสิกเท่านั้น” สิ่งนี้เน้นให้เรามีสไตล์ของเราที่ชัดเจนนะครับแต่ไม่ต้องยึดติดกับแบบแผนเดิมๆ เสมอไปให้เปิดใจนำความน่าสนใจจากหลายๆ สิ่งมาผสมผสานให้สไตล์ของเราสดใหม่อยู่เสมอดั่ง Buzz ที่ทิ้งท้ายคำถามเกี่ยวกับเรื่องไว้ว่า “แทนที่หวนถึงอดีต…ทำไมเราไม่คิดไปข้างหน้าและคิดว่าอนาคตจะออกมาเป็นอย่างไรล่ะ”

Buzz in pinstripe suit

จากความชอบสู่ธุรกิจ

โลกแฟชั่นทั้งเชิงศิลปะและธุรกิจวิ่งไปไกลมากในยุค 2020 แบบนี้ คนรุ่นใหม่อย่าง Buzz ก็ริเริ่มธุรกิจแฟชั่นของตนเองเช่นกันในชื่อแบรนด์ “The Anthology” บุรุษตัวแทนสไตล์คลาสสิกยุคประยุกต์นำเสนอความแฟชั่นของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนและพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับการผสมผสานความสวยงามที่ทั้งดูคลาสสิกและโมเดิร์นในเวลาเดียวกัน เมื่อวกเข้าเรื่องธุรกิจเราจึงให้ Buzz เปิดมุมมองเกี่ยวกับโลกแฟชั่นในปัจจุบันและได้ความดังนี้ครับ “แต่ละยุคย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา ถึงผมจะไม่ช็อปปิ้งเสื้อผ้าจาก Louis Vuitton ฝีมือ Virgil Abloh ที่กำลังเปรี้ยงสุดขีด แต่ผมก็มองเห็นความก้าวหน้าของวงการในอีกรูปแบบหนึ่ง Daniel Lee กับ Bottega Veneta น่าสนใจ The Row ของ 2 พี่น้องตระกูล Olsen ก็สุดยอด หรือจะเป็นการผสมผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้ากับแฟชั่นแบบ Pyer Moss ก็ช่างยอดเยี่ยม” เขาระบุถึงโลกแฟชั่นยุคใหม่ที่แท้จริงแล้วหลากหลายขึ้นมาก ทุกอย่างล้วนมีเสน่ห์ในแบบที่ถูกออกแบบมาครับ และเขาก็ไม่ลืมพูดถึงสไตล์คลาสสิกที่เขารักว่า “ผมรักเสื้อผ้าคลาสสิกนะแต่สุดท้ายก็ต้องปรับตัวและสอดแทรกอยู่ในโลกปัจจุบันให้ได้ หยุดคิดถึงอดีตกันก่อน อดีตอันหอมหวานจบลงแล้ว เราต้องตระหนักว่าควรมองแฟชั่นคลาสสิกในมุมมองใหม่ๆ ดูอย่าง J.Crew หรือ Brooks Brothers สิพวกเขากำลังแย่ การปรับตัวเท่านั้นที่จะทำให้แฟชั่นบุรุษสายคลาสสิกอยู่รอด”

พอพูดถึงแบรนด์ การปรับตัวให้อยู่รอด และสไตล์คลาสสิกในโลกยุคใหม่ เราจึงให้ Buzz เลือกไอเท็มชิ้นที่ขาดไม่ได้เลยซึ่งเขาก็เผยว่า “แจ๊กเก็ตสีน้ำผึ้ง/ครีมซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ The Anthology คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ มันเท่มากเมื่อสไตลิ่งอย่างเหมาะสม ใส่ได้หลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคลำลองทั่วไป ลุคแฟชั่นขึ้นมาหน่อย หรือจะออกสายโอลด์สคูลก็เอาอยู่หมด” ใครกำลังหาแจ๊กเก็ตที่ใส่ได้บ่อย สไตลิ่งได้แบบไม่จำกัดสามารถนำไอเดียของ Buzz มาปรับใช้ได้ ลองเลือกผ้าและรูปทรงให้เหมาะกับรูปร่างรวมถึงโอกาสการสวมใส่ต่างๆ ที่เราเน้นใช้นะครับ เท่านี้แฟน The Decorum อาจจะได้แจ๊กเก็ตตัวโปรดที่หยิบใส่ได้ทุกโอกาสติดตู้ไว้แล้วล่ะครับ ซึ่ง Buzz เองก็ใช้แจ๊กเก็ตสีครีมเป็นทริคในการเลือกลงทุนเรื่องเสื้อผ้าสำหรับมือใหม่ด้วยว่า “ลงทุนกับแจ๊กเก็ตสีครีมสิ คุณจะไม่รู้เลยว่ามันช่างเป็นเสื้ออเนกประสงค์เพียงใดตราบที่คุณยังไม่มี มันจะทำให้คุณประทับใจอย่างยิ่ง ผมรับประกัน” 

แน่นอนครับว่าพอพูดถึงเรื่องคลาสสิกไอเท็มสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับสุภาพบุรุษสายแฟชั่นคือไอเท็มชิ้นที่ชอบที่สุด Buzz ก็เปิดลิสต์ให้เราดูว่าเขาเปิดกว้างรับความหลากหลายจริงๆ ครับ เพราะเขาบอกกับเราว่า “เนกไทคือไอเท็มชิ้นเด็ดตลอดกาลมันบอกเล่าเรื่องราวและสไตล์ แถมสร้างสรรค์ลุคได้แบบไม่รู้จบ” ซึ่งเนกไทเองก็ถือเป็นไอเท็มที่สุภาพบุรุษทั่วโลกควรลงทุนมีติดตัวไว้หลายเส้นสำหรับหลากหลายโอกาสนะครับ

3 ไอเท็มชิ้นโปรดของ Buzz

แต่ถ้าพูดถึงแฟชั่นไอเท็มระดับตำนาน Buzz ก็เผยว่า “คอร์เซตของ Azzedine Alaïa มันยอดเยี่ยมมาก” เขายังฝากถึงการเสพแฟชั่นว่า “เราไม่จำเป็นต้องสวมใส่เพื่อสนุกไปกับมัน บางครั้งแค่ดูก็ชื่นชมมันได้แล้วจริงๆ” หลังจากชื่นชมด้วยตาแล้ว Buzz มาถึงไอเท็มสวมใส่จริงกันบ้างเขายกให้รองเท้ารุ่น Lopez จาก John Lobb เป็น 1 ใน 3 ชิ้นโปรดของเขาตลอดกาล “รูปทรงรองเท้าที่โค้งมนแบบพอดี ส่วน Vamp ก็สั้นกำลังพอเหมาะ เพอร์เฟกต์สำหรับทั้งกับการเดรสอัพและเดรสดาวน์” และไอเท็มชิ้นสุดท้ายที่บุรุษหนุ่มคนนี้เลือกคือ “Sport Jacket” เสื้อนอกตัวเนี้ยบคือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนควรมีติดตู้ แต่ในมุมมองของ Buzz เขาให้ความสำคัญมากกว่านั้นเล็กน้อย “เสื้อแจ๊กเก็ตแบบนี้ควรเป็นแบบ Bespoke ความเนี้ยบและเนื้อผ้าที่เหมาะกับแต่ละคนโดยเฉพาะ สิ่งนี้คือคุณค่าที่คุณคู่ควร” ใครกำลังมองหาว่าจะลงทุนกับแฟชั่นไอเท็มชิ้นไหน ลองนำไอเท็มจากลิสต์ของ Buzz ไปพิจารณาดูนะครับ ถึงแม้อาจจะไม่ได้ซื้อตามแบบเป๊ะๆ แต่สามารถนำเป็นแรงบันดาลใจเพื่อต่อยอดให้สไตล์ตัวเองได้เสมอครับ

ถ้าเราย้อนกลับไปมองที่ Buzz กล่าวเสมอว่า “ต้องเปิดรับสิ่งใหม่เสมอ” ก็สอดคล้องกับการพูดถึงสไตล์ไอคอนที่ไม่ได้ขีดจำกัดอยู่แค่ผู้สวมใส่แฟชั่นไอเท็มที่เขาชื่นชอบตลอดกาลหรือจำกัดอยู่สไตล์เดียว เพราะเขามีแฟชั่นไอคอนเป็นแรงบันดาลใจทั้ง Yasuto Kamoshita หรือจะเป็นแรงบันดาลใจศิลปะที่ไม่ใช่บุคคลอย่างใช้การสีสันของ Slim Aarons หรือจะเป็น David Hockney นอกจากนี้ยังมีการสั่งสมประสบการณ์ที่ให้ได้มากกว่าแค่แรงบันดาลใจ “โชคดีมากที่ชีวิตผมรายล้อมไปด้วยผู้ที่แต่งตัวเก่ง ผมได้รับแรงบันดาลใจและประสบการณ์ด้านแฟชั่นจากพวกเขา” สิ่งที่ Buzz กล่าวแสดงให้เห็นถึงการไม่ลงลึกเจาะจงจนกรอบตัวเองเกินไป แต่เขาเลือกเปิดรับให้ทุกอย่างผ่านเข้ามาและค่อยๆ นำมาคิดต่อยอดปรับใช้เพื่อไม่ให้ปัจจัยภายนอกมีอิทธิพลจนลบตัวตนของตัวเองไปอีกด้วย นี่ล่ะคือเหตุผลที่เขาไม่สามารถชี้นิ้วจิ้มได้ว่าสุดยอดแฟชั่นไอคอนแบบจำเพาะเจาะจงคือใคร…

สุดท้ายหลังจากเสพเรื่องราวของ Buzz ตลอดทั้งบทความเขาเผยความตั้งใจในเส้นทางสายแฟชั่นว่า “ผมอยากสนับสนุนงานคราฟต์ของคนเอเชีย แต่สิ่งที่อยากทำให้ได้มากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงมุมมองด้านการบริโภคให้คนได้ตระหนักถึงการจับจ่ายและความยั่งยืนมากขึ้น อยากให้คนเริ่มเปลี่ยนชุดความคิดที่ว่าต้องโดดเด่นจากโลโก้ตัวบิ๊กเบิ้ม มันคงดีไม่น้อยถ้าในอนาคตผู้คนได้รับข้อมูลเชิงคุณภาพของสินค้าอย่างครบถ้วนเพื่อนำไปเป็นปัจจัยหลักในการประกอบการตัดสินใจซื้อของสักชิ้นหนึ่ง” Buzz กำลังตั้งคำถามกับโลกแฟชั่นที่เขาเริ่มเดินอย่างจริงจังว่า “ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง” และนี่คือบุรุษวัยหนุ่มชาวฮ่องกองที่มีสไตล์น่าติดตาม ความคิดน่าสนใจ และเป้าหมายที่ชวนทุกคนลับสมองไตร่ตรองอนาคต และนี่คือ Buzz Tang หรือ BUZZSPOKE ครับ

คอยติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษ กับ The Decorum Tribune ได้ในตอนหน้า หากท่านใดสนใจสินค้าคุณภาพในสไตล์แบบ Buzz Tang สามารถเข้ามาลองและปรึกษาได้ที่ The Decorum หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Online Shop

Author: Nattanam Waiyahong

Your cart

No products in the cart.