ผูกเนกไทอย่างไรให้ดูสุภาพเรียบร้อยและ Effortless ในเวลาเดียวกัน

การผูกเนกไทก็ต้องเริ่มต้นด้วยความพยายามเป็นอันดับแรก การฝึกผูกให้ชำนาญใน Knot ใด Knot หนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ยังไม่ต้องพูดถึงการสไตลิ่ง แต่การเลือกและผูกให้มีความยาว ความหนาตามแบบที่เราชอบคือสิ่งสำคัญ

หนึ่งปัญหาสำคัญของเหล่าสุภาพบุรุษผู้เริ่มเข้าวงการซาร์ทอเรียลใหม่ๆ คือการผูกเนกไท แน่นอนครับว่าเนกไทเป็นแอ็กเซสเซอรี่ชิ้นทั่วไป ซึ่งเราทุกคนต่างล้วนผ่านประสบการณ์การผูกเนกไทกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปงานเลี้ยงสำคัญตั้งแต่เด็ก หรือเครื่องแบบของนิสิต/นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่เทคนิคที่ทำให้การผูกเนกไทแตกต่างและโดดเด่นกลับไม่ใช่แค่วิธีการผูก แต่หมายถึงการเข้าใจรูปแบบแฟชั่นของสายซาร์ทอเรียลอย่างดีพออีกด้วยครับ

NAMING KNOTS

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ Windsor Knot, Pratt Knot และสารพัด Knot ที่ปรากฏขึ้นในสารบบแฟชั่นสุภาพบุรุษ แท้จริงแล้วปมเหล่านี้ถูกเรียกตามผู้คิดค้นเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น Pratt Knot ก็ตั้งชื่อตาม Jeremy Pratt เจ้าหน้าที่หอการค้าสหรัฐฯ ที่คิดค้นวิธีการผูกเนกไทขึ้นเอง หรือจะเป็น Windsor Knot ที่ตั้งตามชื่อของ Duke of Windsor ก่อนจะมีการดัดแปลงหลากหลายรูปแบบในภายหลัง แต่ปมเหล่านี้ไม่ได้ใช้เรียกแค่กับเนกไท แต่รูปแบบการผูกเงื่อนผูกปมมีชื่อเฉพาะที่เราสามารถดัดแปลงมาใช้ผูกสิ่งของต่างๆ ได้เช่นกัน

PUT SOME EFFORTS

อย่างไรก็แล้วแต่การผูกเนกไทก็ต้องเริ่มต้นด้วยความพยายามเป็นอันดับแรก การฝึกผูกให้ชำนาญใน Knot ใด Knot หนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ยังไม่ต้องพูดถึงการสไตลิ่ง แต่การเลือกและผูกให้มีความยาว ความหนาตามแบบที่เราชอบคือสิ่งสำคัญ เรียนรู้ที่จะผูกอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมนิยมสากลก่อน แล้วเมื่อชำนาญในการผูกจึงค่อยๆ ลองหาสไตล์ใหม่ๆ ให้เหมาะกับตัวเองครับ ต่อมาก็เริ่มนำมาสไตลิ่งคู่กับสูท เน้นที่การใช้สีพื้น สีเรียบเป็นหลักก่อนครับ ตรงจุดนี้จะทำให้เราได้ทำความคุ้นเคยกับการผูกเนกไทมากยิ่งขึ้น ใส่ความพยายามในการปรับแต่งเมื่อมีเลเยอร์เสื้อสูทเข้ามาประกอบ รับประกันเลยครับว่าความพยายามฝึกฝนและปรับแต่งการผูกเนกไทในขั้นแรกจะทำให้อย่างน้อยก็สามารถแต่งกายด้วยลุคใส่สูทผูกเนกไทออกมาได้อย่างถูกต้อง

STRICT RULES ?

สำหรับใครที่เคยศึกษารูปแบบการแต่งกายของสุภาพบุรุษตามธรรมเนียมนิยมสากล จะเห็นว่าเหล่ากูรูทั้งหลายต่างแนะนำการผูกเนกไทให้ถูกต้องหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องของ Knot แต่หมายถึงความยาวและการปรับแต่งอื่นๆ ด้วย ข้อหลักที่ทำให้คนจดจำวิธีการผูกเนกไทแบบฉบับคลาสสิกคือ ฝั่งเส้นใหญ่ต้องยาวกว่าและอยู่ด้านหน้าเสมอ เพื่อให้อีกด้านหนึ่งของเนกไทสามารถสอดเข้าไปในช่องได้พอดี ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานเราเชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาอย่างแน่นอน ตรงนี้เป็นเหมือนบทเรียนแรกที่ทำให้เรารู้จักกลไกของเนกไท และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่กฎข้อนี้ก็ไม่ได้บีบรัดจนแฟชั่นของสุภาพบุรุษน่าเบื่อไปเสียทีเดียวนะครับ

SPREZZATURA

เรามีการพูดถึงคำว่า “Sprezzatura” กันมาหลายต่อหลายครั้ง คำที่เชื่อมโยงกับคำว่า Effortless เปิดประตูแฟชั่นสายซาร์ทอเรียลให้ท่องสู่โลกกว้างตามมุมมองของชาวอิตาเลียน ในวันที่สูทตามธรรมเนียมนิยมสากลยึดถือตามการสวมสูทแบบอังกฤษ การให้คำนิยามเรื่องความสุภาพอาจไม่ใช่สิ่งเดียวของเรื่องเนกไทอีกต่อไปครับ สุภาพบุรุษอิตาเลียนหลายคน นำโดย Gianni Agnelli เปลี่ยนแปลงขนบของแฟชั่นสไตล์นี้อย่างน่าสนใจ ในเมื่อการสวมสูทมันเต็มไปด้วย “ความพยายาม” เขาเลยปรับเปลี่ยนการแต่งกายที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและไม่ต้องพยายามถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว

จากเดิมการผูกเนกไทแบบ Windsor Knot ได้รับความนิยมมาก แต่สำหรับการแต่งกายของสุภาพบุรุษสายซาร์ทอเรียลยุคใหม่ที่ยึดถือแนวทาง “Sprezzatura” กลับไม่ได้นิยม Knot สไตล์อังกฤษ พวกเขาเลือกจะใช้การผูกเนกไทแบบเรียบง่ายอย่าง Four-in-hand ด้วยรูปแบบการผูกที่รวดเร็วและปล่อยให้เนกไทได้พลิ้วไหวสวยงามตามธรรมชาติมากกว่า สุภาพบุรุษทั่วโลกเริ่มซึมซับกับรูปแบบแฟชั่น Effortless และเริ่มถ่ายทอดออกมาเป็นลุคซาร์ทอเรียลในสไตล์ของตัวเอง ถ้าถามว่าการสวมสูทเหล่านี้มีระดับความทางการลดลงหรือไม่ หากจะตอบว่าใช่ก็คงตอบได้ไม่เต็มปากเพราะมีเหตุผลหลายอย่างรองรับความเป็นเอกลักษณ์แบบนี้อยู่เช่นกันครับ

 

ในขณะที่โลกยุคใหม่ต้องการลุคที่ดูเบาสบายมากขึ้น แต่ในหลายมิติก็ยังต้องการความทางการอยู่เช่นกัน วิถีการผูกเนกไทให้พลิ้วไหว ปล่อยให้เส้นหลังโผล่แพลมออกมาบ้างกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจ แต่อย่างที่เราบอกครับว่ามันลดระดับความทางการหรือความสุภาพลงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่ขนาดนั้น เพราะการสวมสูทยังคงคำนึงถึงระดับความทางการไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสี ผ้า หรือแม้แต่การสไตลิ่ง แม้จะบอกว่า Effortless แต่เราพูดถึงเรื่องการปรับแต่งให้เป็นสไตล์เฉพาะตัว ทว่าไม่ลืมรากฐานธรรมเนียมสากล เช่นการไม่ใส่รองเท้าสีน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น หรือจะเป็นการเลือกสูทสีเข้มในงานกลางคืน ฯลฯ ดังนั้นสรุปได้ว่าหากต้องการสวมสูทผูกเนกไทในรูปแบบที่ทั้งสุภาพ เป็นทางการ และดู Effortless ไปพร้อมกันก็ควรสร้างสมดุลระหว่างจุดสำคัญที่ควรรักษาธรรมเนียมเดิมกับลูกเล่นบางอย่างที่ใช้ในการสไตลิ่งลุคเพื่อบ่งบอกเซนส์ด้านแฟชั่นของเรา พึงระลึกไว้เสมอว่าหากสุภาพบุรุษอิตาเลียนสามารถผูกเนกไทแบบเรียบง่ายและปล่อยมันไปตามธรรมชาติเพื่อโปรยเสน่ห์ความสวยงามของมันออกมา ในขณะที่สวมสูทตามธรรมเนียมอย่างถูกต้อง เท่านี้ก็จะได้ลุคที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งวิถีปฏิบัติของคนยุคเก่า และเทรนด์แฟชั่นยุคใหม่ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวงการซาร์ทอเรียลแน่นอนครับ

ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนคำแนะนำที่ทางเราหวังว่าจะช่วยให้สุภาพบุรุษเปิดใจในลองผูกเนกไทให้สนุกและมีความมั่นใจมากขึ้นครับ ถ้าหากต้องการทราบข้อมูลเรื่องสูทเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ อย่าลืมติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ