Knitted Tie จากไอเท็มคนชนชั้นแรงงานสู่ความหรูหราเหนือระดับของแฟชั่นซาร์ทอเรียล

สุภาพบุรุษทุกคนคงทราบกันดีว่าเนกไทเป็นแอ็กเซสเซอรี่ชิ้นสำคัญคู่กับสูทที่ขาดไม่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร และในแต่ละยุคความนิยมเกี่ยวกับสไตล์เนกไทก็ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นกัน เนกไทบางประเภทปรากฏขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์และค่อยๆ เลือนหายไป ในขณะเดียวกันเนกไทหลายสไตล์ก็อยู่ยั้งยืนยังเป็นไอเท็มอมตะเหนือกาลเวลา แม้จะมีการปรับเปลี่ยนสไตล์การผูกหรือแมตช์เข้ากับแฟชั่นตามยุคสมัยของสุภาพบุรุษ เนกไทก็ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้ลุคนั้นๆ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น “Knitted Tie” หรือเนกไทแบบถักทอก็เป็นไอเท็มคลาสสิกที่มีอายุมากกว่าศตวรรษ The Decorum ของเราจึงจะพาย้อนกลับไปสู่รากเหง้าและเส้นทางการพัฒนาแฟชั่นของเนกไทประเภทนี้กันครับ
Knitted Tie จากไอเท็มคนชนชั้นแรงงานสู่ความหรูหราเหนือระดับของแฟชั่นซาร์ทอเรียล

THE BIRHT OF ALTERNATE TIE

ต้องเท้าความกันก่อนครับว่าแฟชั่นนั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนรูปแบบสังคมได้อย่างยอดเยี่ยม เราจะเห็นการผันเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญของโลกหรือจุดหักเหทางสังคมหรือวัฒนธรรม เช่นเดียวกับยุค “Roaring Twenties” หรือช่วงปี 1920s เนกไทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบความนิยมในคนหมู่มากครับ เนื่องจากปัญหาสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรัพยากรค่อนข้างขาดแคลน ผ้าไหมหายากขึ้น มีราคาสูงขึ้น สวนทางกับทรัพยากรส่วนบุคคลที่ลดน้อยถอยลงไป ดังนั้นเนกไทอู้ฟู่หรูหราที่ทำจากไหมคุณภาพเยี่ยมเสื่อมความนิยม มีเพียงชนชั้นนำทางสังคมเท่านั้นที่สวมใส่ได้ คนกลุ่มใหญ่จึงคิดค้นหาทางออกด้านแฟชั่นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ยังให้ความสำคัญกับเนกไทอยู่เช่นเดิม

การริเริ่มเกิดขึ้นในยุค 1920s ที่สุภาพบุรุษชนชั้นกลางเริ่มเฟ้นหาวิธีการสร้างเนกไทแบบใหม่ๆ เพื่อทดแทนของดั้งเดิม ซึ่งเนกไทแบบถักทอเช่นนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ บางครัวเรือนสามารถทำได้เองที่บ้านด้วย ดังนั้นเนกไทชนิดนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมาก ไล่ตั้งแต่สุภาพบุรุษวัยทำงานที่ต้องสวมสูทผูกไท เรื่อยไปจนถึงนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่บางคนสวมเนกไททอมือฝีมือคนในครอบครัว และมันยังกลายเป็นวัฒนธรรมการถักทอเนกไทแฮนด์เมดเพื่อมอบเป็นของขวัญในยุคนั้นอีกด้วย เรียกว่าความอัตคัดขัดสนก็เป็นปัจจัยที่ทำให้แฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันครับ

Knitted Tie

NEW STANDARDS

มาตรฐานใหม่ของเนกไทกลายเป็นที่ถกเถียงกันเรื่อยมา แรกเริ่มเดิมทีเนกไททอจากผ้าไหมหรือผ้าวูลคุณภาพสูง มีการสไตลิ่งเป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อเนกไทรูปแบบใหม่กำเนิดขึ้น มาตรฐานที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ต้องถูกนิยามขึ้นใหม่ ซึ่งแน่นอนครับว่าเนกไทประเภทนี้มีความหลากหลายในการใช้งาน แม้จะเป็นถูกเรียกว่าเนกไทเหมือนกัน แต่มันถูกมองว่าเป็นเนกไทที่สามารถลดทอนความทางการเกินไปให้กับลุคได้ ฉะนั้นเราจึงเห็นการเบรกลุคสูทครบชุดด้วยเนกไทแบบนี้เพื่อให้ลุคดูทางการน้อยลงและสอดประสานไปกับงานสังคมทั่วไปได้อย่างเหมาะสมนั่นเองครับ มาตรฐานใหม่ของเนกไทจึงหมายถึงการสร้างความหลากหลายให้การสวมสูทผูกเนกไทมีมิติเชื่อมโยงกับกฎเกณฑ์ทางสังคมหลากหลายประเภทขึ้นนั่นเองครับ

LESS FORMAL MORE FASHION

แฟชั่นของสุภาพบุรุษยุคใหม่(ณ ขณะนั้น) กลายเป็นเรื่องการลดทอนความทางการลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ยุค 1920s มีการปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งกายเรื่อยมาครับ สิ่งที่ชี้ชัดที่สุดเห็นจะเป็นเสื้อเชิ้ต ซึ่งเดิมทีมีการแยกสัดส่วนปกหรือปลายแขน แยกกระดุม ทั้งหมดถูกสรรสร้างรวมกันเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และสอดคล้องกับความทางการไม่มากนักของเนกไทแบบถักทอทั่วไปเรื่อยไปจนถึงเนกไทสไตล์ใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมาเพื่อเปิดกรอบแฟชั่นของสุภาพบุรุษด้วยครับ นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนภาพของการพัฒนาแฟชั่นอันร้อยเรียงเรื่องราวมาจวบจนปัจจุบัน

PEAK & DOWNFALL

แม้การพัฒนาแฟชั่นจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปพอสมควร ทว่าความนิยมในการสวมสูทผูกเนกไทยังคงถูกมองว่าเป็นมาตรฐานสากลเสมอมา การพัฒนาจึงตั้งอยู่บนรากฐานความดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยรายละเอียดที่พลิกแพลงไปตามยุคสมัย ในยุค 1960s เนกไทแบบถักทอได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลจากอิทธิพลของดารานักแสดงชั้นนำและศิลปินระดับโลก ซึ่งพวกเขาใช้วิธีย่นย่อความทางการหรือความหนักแน่นของสูทให้สามารถสวมใส่ได้อย่างหลากหลายและมีสไตล์เฉพาะตัวมากขึ้น ความขบถบางอย่างมาพร้อมกับไอเท็มที่เคยโดดเด่นอย่างเนกไทแบบนี้ ชื่อ Paul Newman, The Beatles และ Roger Moore กลายเป็นไอคอนแห่งวงการแฟชั่นที่มาพร้อมลุคสวมเสื้อเชิ้ตผูก Knitted Tie คุ้นตา

จุดเปลี่ยนของแฟชั่นพัดพาสิ่งที่ไม่เป็นอมตะเหนือกาลเวลาทิ้งไป และผลัดเปลี่ยนรายละเอียดให้สอดรับกับโครงสร้างที่แตกต่างจากเดิมเช่นกันครับ ยุค 1980s กับการเปลี่ยนแปลงซิลูเอตและสไตล์การแต่งกายครั้งใหญ่ของสุภาพบุรุษทั่วโลก ไหล่ที่กว้างขึ้น โครงสร้างของชุดสูทที่จัดสรรปันส่วนร่างกายอย่างสดใหม่ และองค์ประกอบมากมายผลักดันให้เนกไทรูปแบบอื่นๆ ก้าวขึ้นแท่นความนิยมแซงหน้า Knitted Tie จนโรงงานช่างฝีมือชั้นนำด้านนี้ปิดตัวลงจำนวนมาก ก่อนจะเริ่มเปิดตัวกันใหม่ในต้นยุค 2000s อันมีทีท่าว่าความหลากหลายเรื่องเนกไทจะกลับมาและคงอยู่ในโลกแฟชั่นของสุภาพบุรุษนานขึ้นกว่าเดิม

Knitted Tie by The Decorum
ETERNAL ERA

สุดท้ายเราคงต้องพูดว่าการกลับมาเกิดใหม่ของ Knitted Tie อาจเป็นการเกิดเพื่อคงอยู่ตลอดไป อย่างที่กล่าวไปว่าแรกเริ่มเดิมทีเนกไทแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฟังก์ชั่นการผลิตที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก อีกยุคหนึ่งก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่งบอกความขบถและต้องการรังสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งในปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว เนกไทแบบถักทอกลายเป็นไอเท็มทางเลือกที่สามารถแมตช์เข้ากับชุดสูททุกประเภท ไล่ตั้งแต่สูทเนี้ยบกริบแบบดั้งเดิม หรือจะเป็นสูทแพตเทิร์นแปลกใหม่จากดีไซเนอร์ไฟแรงยุคปัจจุบัน เรื่อยไปจนถึงความหลากหลายในการใช้ในงานทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ นอกจากนี้ยังตัดขาดเรื่องทรัพยากรหรือทุนทรัพย์ที่เคยถูกผูกติดไว้อีกด้วย เพราะตอนนี้ Knitted Tie มีการใช้วัสดุผ้าวูล ผ้าไหม หรือแคชเมียร์เพื่อเพิ่มคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ เท่ากับว่าปัจจัยเรื่องงบประมาณการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการเนกไทไม่ใช่อัตลักษณ์ของเนกไทแบบนี้อีกแล้ว มากไปกว่านั้นเนกไทราคาย่อมเยาอื่นๆ ยังไม่ใช้แพตเทิร์นการถักทอแบบเดิม แต่เป็นเนกไทผลิตจากโรงงานทั่วไปอีกด้วย เท่ากับว่า Knitted Tie เป็นงานฝีมือที่มอบชั้นเชิงความงดงามสำหรับการแต่งกายของสุภาพบุรุษโดยมุ่งเน้นที่ความละเอียดลออเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเสียมากกว่าครับ จากไอเท็มของชนชั้นแรงงานที่ใฝ่หาเนกไททำมือราคาจับต้องได้ ตอนนี้มันกลายเป็นไอเท็มสวยหรูที่สะท้อนงานฝีมือชั้นยอดของผู้ผลิตเนกไทเรียบร้อยแล้วล่ะครับ

หากใครสนใจเกี่ยวกับแฟชั่นของสุภาพบุรุษฉบับคลาสสิกแบบนี้ สามารถติดต่อสอบถามกับเราได้ผ่านทุกช่องทางครับ อย่าลืมติดตามความรู้ที่น่าสนใจจากหัวใจเหล่าสุภาพบุรุษกับ The Decorum Tribune เพิ่มเติมได้ในตอนหน้า แล้วพบกันครับ